================================================== -->

สล็อต โร ม่า joker 1️⃣2021

บิ๊กป้อม เสียใจนักชกวัย13ดับคาสังเวียน บี้แก้ไขกมกีฬามวย 14 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 10:52 น 14 พย 61 - พลทคงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ครั้งที่ 5/61 โดยมี พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมวกลาโหม เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้แสดงความเสียใจกับ น้องเล็ก เพชรมงคล ปพีณภัทร เยาวชนไทยอายุ 13 ปี ที่เสียชีวิตจากการชกมวยไทยการกุศลที่ผ่านมา พร้อมทั้งแสดงความกังวลและให้ความสำคัญร่วมกัน ถึงการพัฒนาการกีฬาทุกประเภทที่ต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักกีฬามากขึ้น

  • เยี่ยมชมบล็อก:804600
  • จำนวนบล็อกโพสต์: 205
  • กลุ่มผู้ใช้: ผู้ใช้ทั่วไป
  • เวลาลงทะเบียน:2021-09-19 18:17:27
  • ตรารับรอง:
รายละเอียดส่วนบุคคล

ปสเปิดปฏิบัติการ พีอาร์เงินล้าน ทลายแก๊งค้ายาสถานบันเทิง 14 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 09:46 น

ที่เก็บบทความ

2015(965)

2014(325)

2013(301)

2012(724)

การสมัครสมาชิก

การจำแนกประเภท: จีน Chongyang Net

บา คา ร่า ออนไลน์ 99,นายโอฬาร กล่าวว่า การฉีดวัคซีนเป็นหนทางเดียวที่จะช่วยป้องกันเด็กจากปัญหาการแพร่ระบาดของโรคหัดในขณะนี้ได้อย่างปลอดภัย โดยเป็นความร่วมมือทุกฝ่าย เชื่อสถานการร์น่าจะดีขึ้น สำหรับรายที่ปฏิเสธการฉีดวัคซีน ขอให้ 4 เสาหลักช่วยกันลงพื้นที่ไปร่วมกันอธิบายให้ครอบครัวดังกล่าวได้เข้าใจถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคหัดในเวลานี้ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นแบบนี้มาก่อนพรรคอะไหล่แม้วป่วน ทักษิณบินเข้าสิงคโปร์ เคลียร์เขตสมุนลงสส 14 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น แช ท สด fun88เมื่อเวลา 1345น ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม)ว่า ครมเห็นชอบตามที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ)เสนอแก้ไขปรับปรุงร่างพรบยา ให้มีความทันสมัย เหมาะสมกับการนำไปใช้จริงหลังจากที่ยังไม่ได้มีการปรับปรุงมาตั้งแต่ปี 2510 จึงได้มีการเพิ่มเติมข้อกำหนดในการแต่งตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ เพื่อพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขเพื่อให้ได้มา ซึ่งผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ ในการจัดขึ้นบัญชียาต่างๆโดยแคมเปญดังกล่าวมีการให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันเมืองไทยมีนักมวยเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีมากกว่า 1 แสนคนเดินสายขึ้นชกอย่างไม่เป็นทางการ ทั้งชกเดิมพัน ชกชิงเงินรางวัลตามเวทีงานวัด งานเทศกาลต่างๆ โดยอายุน้อยสุดที่พบคือ 4 นักมวยเด็กเหล่านี้จะได้รับความกระทบกระเทือนจากการโดนชกที่ศีรษะอย่างน้อย 20 หมัดต่อไฟต์ ซึ่งสูงสุดที่เคยนับได้คือคือ 40 ครั้ง ต่อ 1 ยก หรือ ประมาณ 2 นาที ซึ่งมวยเด็กชก 3 ยก ยกละประมาณ 2 นาที โดยที่ไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน ยิ่งเริ่มชกอายุน้อยกว่า ชกนานกว่า จำนวนไฟต์การชกมากกว่า ก็ยิ่งมีผลต่อสมองมากขึ้น ซึ่งการบาดเจ็บเล็กๆ น้อยๆ ในการชกซ้ำๆ กันหลายครั้ง ส่งผลให้เกิดความผิดปกติของสมองในระยะยาวได้

ญาติเตรียมเผาศพ ช่อลัดดา เหยื่อสาดน้ำกรด วอนช่วยเหลือ น้องเตเต้ 14 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 10:34 น 14 พย 61 - เมื่อเวลา 0900 น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการจัดงานศพ ของ นสช่อลัดดา ทาระวัน อายุ 38 ปี ที่บ้านเลขที่ 10 ม9 บแสงอรุณ ตโนนทอง อแวงใหญ่ จขอนแก่น ยังคงเป็นไปด้วยความโศกเศร้า โดยยังคงมีคนในครอบครอบครัวของผู้ตาย รวมไปถึงเพื่อนบ้านเดินทางมาเคารพศพผู้ตายอย่างต่อเนื่อง ขณะที่หลายหน่วยงานทั้งจากทางราชการ และภาคเอกชนเดินทางเข้ามาให้การช่วยเหลือ โดยมีนางทองอาจ ทาระวัน อายุ 59 ปี มารดาของผู้เสียชีวิต และ ดญเตชินี โฆสิตานนท์ หรือน้องเตเต้ อายุ 12 ปี ลูกสาวคนเดียวของผู้เสียชีวิต คอยให้การต้อนรับแขก โดยเช้าวันนี้พบว่าแต่ละคนอยู่ในอาการที่อ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะน้องเตเต้ ที่ได้รับบาดเจ็บจากน้ำกรดขณะช่วยเหลือแม่ที่เสียชีวิตในช่วงของการนำตัวส่งโรงพยาบาลเพชรชมพู กิจบูรณะ genting crownส่วนที่มีกระแสข่าวว่านายทักษิณ ชินวัตร และนสยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาประเทศสิงคโปร์ เพื่อมาวางแนวทางการทำงานให้กับพรรค ทษช นั้น รทปรีชาพล กล่าวว่า ไม่ทราบ อย่างไรก็ตามคนที่มาร่วม ทษช ส่วนใหญ่จะเคยอยู่พรรคเพื่อไทย และเคยร่วมงานกันมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย มีความเชื่อมโยงทางจิตวิญญาณทางการเมือง ที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย การมาตั้งพรรค ทษช จิตวิญญาณนั้นก็ไม่ได้หายไปจากเรา และนายทักษิณทำคุณประโยชน์ให้ประเทศมานานับประการ และยังอยู่ในหัวใจประชาชน วันนี้ท่านไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมืองแล้ว หากมีสมาชิกเดินทางไปพบก็ถือว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคล ปปชยืดระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน ชะลอ นายกฯ-กรรมการสภามหาวิทยาลัย ยื่นบัญชีทรัพย์สิน ระบุอาจไม่คุ้นชิน แต่ย้ำยังต้องยื่นอยู่ดี ด้าน รมชศึกษาธิการ เกรงสุญญากาศ วอนอย่าเพิ่งลาออก แนะให้เทียบอำนาจหน้าที่ อย่าแค่ตำแหน่ง เสนอทางออกแก้ กม-ใช้ ม44 เมื่อวันที่ 13 พย ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) สนามบินน้ำ จนนทบุรี นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ปปช แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ปปช ว่า ตามที่ประกาศคณะกรรมการ ปปช เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ตามมาตรา 102 พศ2561 ได้ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พย61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 2 ธค61 นั้น ต่อมามีกรณีที่ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ) ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 7 พย61 ให้เสนอคณะกรรมการ ปปช ทบทวนการออกประกาศดังกล่าวในส่วนของตำแหน่งของนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย คณะกรรมการ ปปชพิจารณาแล้ว เห็นว่าตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช นายวรวิทย์กล่าวว่า แต่เนื่องจากเป็นตำแหน่งใหม่ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน หากจะให้ประกาศฯ มีผลใช้บังคับทันทีกับผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว จะกระทบต่อการบริหารงานในมหาวิทยาลัย จึงมีมติให้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศคณะกรรมการ ปปชดังกล่าว เฉพาะในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย โดยไม่รวมถึงตำแหน่งอธิการบดี ทั้งในสถาบันอุดมศึกษา ในกำกับของรัฐ และสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดของรัฐ ตามข้อ 787 และข้อ 7106 ของประกาศ รวมถึงตำแหน่งประธานสภาสถาบัน รองประธานสภาสถาบัน และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า ตามข้อ 7861 ให้ขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับแต่วันที่ 2 ธค61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 31 มค62 เพื่อคณะกรรมการ ปปชจะได้รวบรวมความคิดเห็นของบุคลากรทางการศึกษา ภาคส่วนต่างๆ ของสังคม เพื่อพิจารณาใ นรายละเอียดต่อไป ตำแหน่งนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ประธานสภา รองประธานสภา และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า เป็นตำแหน่งใหม่ กรรมการแต่ละคนอาจไม่คุ้นเคย ต้องใช้ระยะเวลา ถ้ามีกรรมการคนหนึ่งคนใดลาออก เรื่องการสรรหาคนมาทดแทนต้องใช้ระยะเวลาหนึ่ง หากบังคับใช้กฎหมายทันทีอาจมีผลกระทบต่อการบริหารงาน จึงไปดูตัวกฎหมายต่างๆ ของมหาวิทยาลัยเบื้องต้นแล้ว เห็นว่าระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน เหมาะสมที่ทางมหาวิทยาลัยจะแก้ไขปัญหากรณีมีบุคลากรลาออก นายวรวิทย์ กล่าว ทางด้าน นพอุดม คชินทร รมชศึกษาธิการ กล่าวว่า หลังจาก ปปชขยายเวลาบังคับใช้ประกาศ ปปชออกไป 60 วัน ทำให้มีเวลาที่จะไปหาทางออก และทำให้นายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยมีโอกาส ขณะนี้ตนพยายามที่จะส่งข่าวไปยังนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยทุกแห่งว่าอย่าเพิ่งลาออก รอให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กับ ปปชได้หาทางออกกันก่อน อย่างที่ทราบกัน ผลกระทบมากกว่าที่เราคิดไว้มาก อย่างน้อยการที่ ปปชยืดออกไป 60 วัน จะได้มีเวลาหารือกันมากขึ้น ซึ่งน่าเห็นใจ ปปชเหมือนกันว่าจะหาทางออกอย่างไร เนื่องจากต้องทำตาม พรบปปชอย่างเดียว ดังนั้น มันต้องมาช่วยกันทั้งทางรัฐบาลและ ปปช เช่น จะแก้ พรบปปชใหม่หรือไม่ ซึ่งก็ต้องใช้เวลา หรือบางคนเสนอให้ใช้มาตรา 44 เป็นเรื่องที่ต้องไปคุยและตกลงกัน ผมคิดว่าถ้าจะแก้ต้องแก้ทั้งกระบิ จะมายกเฉพาะมหาวิทยาลัย แต่กลุ่มอื่นๆ อย่างองค์การมหาชนไม่ให้ก็จะเป็นประเด็นอีก ดังนั้นขอให้ใจเย็นนิดนึง อย่าเพิ่งลาออกตอนนี้ ถ้าลาออกกันเยอะๆ มันจะเกิดสุญญากาศ องค์ประชุมจะไม่ครบ มันจะลำบาก เพราะสภามหาวิทยาลัยต้องอนุมัติหลักสูตร ซึ่งมีการเสนอเข้าในที่ประชุมทุกครั้ง หรือตำแหน่งทางวิชาการ ที่มีการพิจารณากันทุกเดือน จะทำให้มีผลกระทบแน่นอน นพอุดมกล่าว ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงเวลา 60 วันที่ยืดออกไป หากนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยืนยันจะลาออก จะเพียงพอในการหาคนใหม่มาทดแทนหรือไม่ นพอุดมกล่าวว่า ตนคิดว่าไม่ทันอยู่ดี การยืด 60 วัน ทำให้คนที่คิดจะลาออกมีเวลาพิจารณามากขึ้น เพียงแต่ถ้ายังไม่พอใจสิ่งที่เราจะปรับให้ เขาก็มีสิทธิ์จะลาออกอยู่ดี ซึ่งคงเป็นช่วงท้ายๆ ในระยะเวลา 60 วัน แต่กระบวนการสรรหาใหม่เร็วสุดต้องใช้เวลา 2 เดือน อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ขอว่าอย่าเพิ่งลาออก เพราะรัฐบาลเต็มที่อยู่แล้วว่าต้องพยายามหาทางออกให้ได้ รมชศึกษาธิการกล่าวว่า ตอนที่ ปปชทำประกาศไม่ได้มาปรึกษากับทางกระทรวงศึกษาธิการ เพราะ ปปชต้องทำ พรปว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โดยเขียนไว้กว้างๆ ว่าต้องเป็นผู้บริหารระดับสูง ส่วนเป็นใครบ้าง ปปชเป็นผู้ตีความ ซึ่งตนคิดว่าการเทียบตำแหน่งไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องทีเดียว แต่ต้องเอาอำนาจหน้าที่เป็นหลัก สภามหาวิทยาลัยอนุมัติแต่หลักสูตรและตำแหน่งต่างๆ ไม่มีสิทธิ์อนุมัติงบประมาณ แค่เห็นชอบเพื่อส่งมาให้สำนักงบประมาณ เป็นเพียงทางผ่านเฉยๆ ไม่มีอำนาจหน้าที่อะไรเกี่ยวกับเรื่องเงินเลย แต่พอ ปปชเทียบเอาตำแหน่งเป็นหลักทั้งที่บางตำแหน่งไม่เกี่ยวข้องเลย มันจึงเกิดผลกระทบ เป็นความปั่นป่วนวุ่นวายที่เกิดขึ้น นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (เลขาฯ กกอ) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) มีมติเกี่ยวกับประกาศ ปปช เรื่องกําหนดตําแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พศ2561 ในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช แต่ให้มีการขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2561 ดังนั้นจึงจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 มกราคม 2562 ว่าในส่วนของการลาออกจากตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยของรัฐนั้น เป็นเรื่องภายในของมหาวิทยาลัย ไม่ต้องแจ้งมายังสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ) ซึ่งตนเข้าใจว่าหากจะมีการลาออกจริง อาจจะมีการตัดสินใจในช่วงใกล้วันที่ประกาศดังกล่าวจะบังคับใช้ เนื่องจากสภามหาวิทยาลัยจำเป็นที่จะต้องมีการดำเนินงานต่างๆ ของมหาวิทยาลัยให้เสร็จสิ้นก่อน ทั้งนี้ หากกรรมการสภามหาวิทยาลัยตัดสินใจที่จะลาออก ก็จะมีการแจ้งให้มหาวิทยาลัยรับทราบอยู่แล้ว เพื่อที่ฝ่ายบริหารจะได้เตรียมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิมาทดแทนต่อไป เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีกรรมการสภามหาวิทยาลัยลาออก จะกระทบต่อการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยหรือไม่ นายสุภัทรกล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับปฏิทินการดำเนินงานของแต่ละมหาวิทยาลัย ซึ่งตนคิดว่าสภามหาวิทยาลัยควรจะมีการวางแผนการดำเนินงานให้ดี เช่น หากมีความจำเป็นต้องปรับปรุงหลักสูตรอย่างเร่งด่วน และกรรมการสภามหาวิทยาลัยไม่ครบ ก็จะไม่สามารถดำเนินการได้ เป็นต้น ด้าน นพกำจร ตติยกวี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในส่วนของกรรมการสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยชุดนี้ที่กำลังจะหมดวาระอีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้านี้นั้น หากปปชขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศดังกล่าวออกไปอีก 60 วัน ตนคิดว่าน่าจะอยู่ได้ เพราะกรรมการส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นสภาจุฬาฯ หรือที่อื่นๆ ที่ใกล้จะหมดวาระมองว่าการยื่นบัญชีทรัพย์เป็นความวุ่นวาย เนื่องจากใกล้จะหมดวาระแล้ว จึงตัดสินใจที่จะลาออกมากกว่า เพราะตนคิดว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่จะยื่นหรือไม่ยื่น อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าความวุ่นวายนี้จะยังไม่จบ เพราะมหาวิทยาลัยนอกจากจะต้องการความช่วยเหลือด้านวิชาการแล้ว ยังต้องการความช่วยเหลือจากสังคมในด้านอื่นๆ ด้วย ซึ่งประสบการณ์และแนวความคิดจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะสามารถช่วยในการทำนายอนาคตของบัณฑิตที่นะผลิตขึ้นในแต่ละมหาวิทยาลัยได้ด้วย และหากขาดในส่วนนี้ไป จะหาคนมาทดแทนได้หรือไม่นั้น ตนคิดว่าเป็นประเด็นที่น่าปวดหัวของแต่ละมหาวิทยาลัย ความคิดของการแจงทรัพย์สินมาจากข้าราชการที่ทำหน้าที่เดียว และมีรายได้ทางเดียว ในขณะที่ภาคเอกชนที่ไม่ได้มีรายรับทางเดียวเหมือนกับข้าราชการ และยังมีทรัพย์สินส่วนตัวที่ไม่ต้องการจะเปิดเผย เพราะอาจจะส่งผลต่อธุรกิจ ดังนั้นการที่จะให้นักธุรกิจภาคเอกชนมาเท่ากับข้าราชการ ผมว่ามันไม่ใช่ นพกำจรกล่าว

อ่าน(363) | แสดงความคิดเห็น(940) | ส่งต่อ(923) |
ฝากของไว้ให้เจ้าของ!~~

อายะเสะจูคน 2021-09-19

อู๋เช็กเทียนวู ปสเปิดปฏิบัติการ พีอาร์เงินล้าน ทลายแก๊งค้ายาสถานบันเทิง 14 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 09:46 น

ปปชยืดระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน ชะลอ นายกฯ-กรรมการสภามหาวิทยาลัย ยื่นบัญชีทรัพย์สิน ระบุอาจไม่คุ้นชิน แต่ย้ำยังต้องยื่นอยู่ดี ด้าน รมชศึกษาธิการ เกรงสุญญากาศ วอนอย่าเพิ่งลาออก แนะให้เทียบอำนาจหน้าที่ อย่าแค่ตำแหน่ง เสนอทางออกแก้ กม-ใช้ ม44 เมื่อวันที่ 13 พย ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) สนามบินน้ำ จนนทบุรี นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ปปช แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ปปช ว่า ตามที่ประกาศคณะกรรมการ ปปช เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ตามมาตรา 102 พศ2561 ได้ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พย61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 2 ธค61 นั้น ต่อมามีกรณีที่ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ) ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 7 พย61 ให้เสนอคณะกรรมการ ปปช ทบทวนการออกประกาศดังกล่าวในส่วนของตำแหน่งของนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย คณะกรรมการ ปปชพิจารณาแล้ว เห็นว่าตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช นายวรวิทย์กล่าวว่า แต่เนื่องจากเป็นตำแหน่งใหม่ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน หากจะให้ประกาศฯ มีผลใช้บังคับทันทีกับผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว จะกระทบต่อการบริหารงานในมหาวิทยาลัย จึงมีมติให้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศคณะกรรมการ ปปชดังกล่าว เฉพาะในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย โดยไม่รวมถึงตำแหน่งอธิการบดี ทั้งในสถาบันอุดมศึกษา ในกำกับของรัฐ และสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดของรัฐ ตามข้อ 787 และข้อ 7106 ของประกาศ รวมถึงตำแหน่งประธานสภาสถาบัน รองประธานสภาสถาบัน และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า ตามข้อ 7861 ให้ขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับแต่วันที่ 2 ธค61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 31 มค62 เพื่อคณะกรรมการ ปปชจะได้รวบรวมความคิดเห็นของบุคลากรทางการศึกษา ภาคส่วนต่างๆ ของสังคม เพื่อพิจารณาใ นรายละเอียดต่อไป ตำแหน่งนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ประธานสภา รองประธานสภา และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า เป็นตำแหน่งใหม่ กรรมการแต่ละคนอาจไม่คุ้นเคย ต้องใช้ระยะเวลา ถ้ามีกรรมการคนหนึ่งคนใดลาออก เรื่องการสรรหาคนมาทดแทนต้องใช้ระยะเวลาหนึ่ง หากบังคับใช้กฎหมายทันทีอาจมีผลกระทบต่อการบริหารงาน จึงไปดูตัวกฎหมายต่างๆ ของมหาวิทยาลัยเบื้องต้นแล้ว เห็นว่าระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน เหมาะสมที่ทางมหาวิทยาลัยจะแก้ไขปัญหากรณีมีบุคลากรลาออก นายวรวิทย์ กล่าว ทางด้าน นพอุดม คชินทร รมชศึกษาธิการ กล่าวว่า หลังจาก ปปชขยายเวลาบังคับใช้ประกาศ ปปชออกไป 60 วัน ทำให้มีเวลาที่จะไปหาทางออก และทำให้นายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยมีโอกาส ขณะนี้ตนพยายามที่จะส่งข่าวไปยังนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยทุกแห่งว่าอย่าเพิ่งลาออก รอให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กับ ปปชได้หาทางออกกันก่อน อย่างที่ทราบกัน ผลกระทบมากกว่าที่เราคิดไว้มาก อย่างน้อยการที่ ปปชยืดออกไป 60 วัน จะได้มีเวลาหารือกันมากขึ้น ซึ่งน่าเห็นใจ ปปชเหมือนกันว่าจะหาทางออกอย่างไร เนื่องจากต้องทำตาม พรบปปชอย่างเดียว ดังนั้น มันต้องมาช่วยกันทั้งทางรัฐบาลและ ปปช เช่น จะแก้ พรบปปชใหม่หรือไม่ ซึ่งก็ต้องใช้เวลา หรือบางคนเสนอให้ใช้มาตรา 44 เป็นเรื่องที่ต้องไปคุยและตกลงกัน ผมคิดว่าถ้าจะแก้ต้องแก้ทั้งกระบิ จะมายกเฉพาะมหาวิทยาลัย แต่กลุ่มอื่นๆ อย่างองค์การมหาชนไม่ให้ก็จะเป็นประเด็นอีก ดังนั้นขอให้ใจเย็นนิดนึง อย่าเพิ่งลาออกตอนนี้ ถ้าลาออกกันเยอะๆ มันจะเกิดสุญญากาศ องค์ประชุมจะไม่ครบ มันจะลำบาก เพราะสภามหาวิทยาลัยต้องอนุมัติหลักสูตร ซึ่งมีการเสนอเข้าในที่ประชุมทุกครั้ง หรือตำแหน่งทางวิชาการ ที่มีการพิจารณากันทุกเดือน จะทำให้มีผลกระทบแน่นอน นพอุดมกล่าว ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงเวลา 60 วันที่ยืดออกไป หากนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยืนยันจะลาออก จะเพียงพอในการหาคนใหม่มาทดแทนหรือไม่ นพอุดมกล่าวว่า ตนคิดว่าไม่ทันอยู่ดี การยืด 60 วัน ทำให้คนที่คิดจะลาออกมีเวลาพิจารณามากขึ้น เพียงแต่ถ้ายังไม่พอใจสิ่งที่เราจะปรับให้ เขาก็มีสิทธิ์จะลาออกอยู่ดี ซึ่งคงเป็นช่วงท้ายๆ ในระยะเวลา 60 วัน แต่กระบวนการสรรหาใหม่เร็วสุดต้องใช้เวลา 2 เดือน อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ขอว่าอย่าเพิ่งลาออก เพราะรัฐบาลเต็มที่อยู่แล้วว่าต้องพยายามหาทางออกให้ได้ รมชศึกษาธิการกล่าวว่า ตอนที่ ปปชทำประกาศไม่ได้มาปรึกษากับทางกระทรวงศึกษาธิการ เพราะ ปปชต้องทำ พรปว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โดยเขียนไว้กว้างๆ ว่าต้องเป็นผู้บริหารระดับสูง ส่วนเป็นใครบ้าง ปปชเป็นผู้ตีความ ซึ่งตนคิดว่าการเทียบตำแหน่งไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องทีเดียว แต่ต้องเอาอำนาจหน้าที่เป็นหลัก สภามหาวิทยาลัยอนุมัติแต่หลักสูตรและตำแหน่งต่างๆ ไม่มีสิทธิ์อนุมัติงบประมาณ แค่เห็นชอบเพื่อส่งมาให้สำนักงบประมาณ เป็นเพียงทางผ่านเฉยๆ ไม่มีอำนาจหน้าที่อะไรเกี่ยวกับเรื่องเงินเลย แต่พอ ปปชเทียบเอาตำแหน่งเป็นหลักทั้งที่บางตำแหน่งไม่เกี่ยวข้องเลย มันจึงเกิดผลกระทบ เป็นความปั่นป่วนวุ่นวายที่เกิดขึ้น นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (เลขาฯ กกอ) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) มีมติเกี่ยวกับประกาศ ปปช เรื่องกําหนดตําแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พศ2561 ในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช แต่ให้มีการขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2561 ดังนั้นจึงจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 มกราคม 2562 ว่าในส่วนของการลาออกจากตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยของรัฐนั้น เป็นเรื่องภายในของมหาวิทยาลัย ไม่ต้องแจ้งมายังสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ) ซึ่งตนเข้าใจว่าหากจะมีการลาออกจริง อาจจะมีการตัดสินใจในช่วงใกล้วันที่ประกาศดังกล่าวจะบังคับใช้ เนื่องจากสภามหาวิทยาลัยจำเป็นที่จะต้องมีการดำเนินงานต่างๆ ของมหาวิทยาลัยให้เสร็จสิ้นก่อน ทั้งนี้ หากกรรมการสภามหาวิทยาลัยตัดสินใจที่จะลาออก ก็จะมีการแจ้งให้มหาวิทยาลัยรับทราบอยู่แล้ว เพื่อที่ฝ่ายบริหารจะได้เตรียมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิมาทดแทนต่อไป เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีกรรมการสภามหาวิทยาลัยลาออก จะกระทบต่อการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยหรือไม่ นายสุภัทรกล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับปฏิทินการดำเนินงานของแต่ละมหาวิทยาลัย ซึ่งตนคิดว่าสภามหาวิทยาลัยควรจะมีการวางแผนการดำเนินงานให้ดี เช่น หากมีความจำเป็นต้องปรับปรุงหลักสูตรอย่างเร่งด่วน และกรรมการสภามหาวิทยาลัยไม่ครบ ก็จะไม่สามารถดำเนินการได้ เป็นต้น ด้าน นพกำจร ตติยกวี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในส่วนของกรรมการสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยชุดนี้ที่กำลังจะหมดวาระอีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้านี้นั้น หากปปชขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศดังกล่าวออกไปอีก 60 วัน ตนคิดว่าน่าจะอยู่ได้ เพราะกรรมการส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นสภาจุฬาฯ หรือที่อื่นๆ ที่ใกล้จะหมดวาระมองว่าการยื่นบัญชีทรัพย์เป็นความวุ่นวาย เนื่องจากใกล้จะหมดวาระแล้ว จึงตัดสินใจที่จะลาออกมากกว่า เพราะตนคิดว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่จะยื่นหรือไม่ยื่น อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าความวุ่นวายนี้จะยังไม่จบ เพราะมหาวิทยาลัยนอกจากจะต้องการความช่วยเหลือด้านวิชาการแล้ว ยังต้องการความช่วยเหลือจากสังคมในด้านอื่นๆ ด้วย ซึ่งประสบการณ์และแนวความคิดจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะสามารถช่วยในการทำนายอนาคตของบัณฑิตที่นะผลิตขึ้นในแต่ละมหาวิทยาลัยได้ด้วย และหากขาดในส่วนนี้ไป จะหาคนมาทดแทนได้หรือไม่นั้น ตนคิดว่าเป็นประเด็นที่น่าปวดหัวของแต่ละมหาวิทยาลัย ความคิดของการแจงทรัพย์สินมาจากข้าราชการที่ทำหน้าที่เดียว และมีรายได้ทางเดียว ในขณะที่ภาคเอกชนที่ไม่ได้มีรายรับทางเดียวเหมือนกับข้าราชการ และยังมีทรัพย์สินส่วนตัวที่ไม่ต้องการจะเปิดเผย เพราะอาจจะส่งผลต่อธุรกิจ ดังนั้นการที่จะให้นักธุรกิจภาคเอกชนมาเท่ากับข้าราชการ ผมว่ามันไม่ใช่ นพกำจรกล่าว

ฉี จ้าวกง 2021-09-19 18:17:27

นางทองอาจ มารดาของ นสช่อลัดดา เปิดเผยว่า ช่วงบ่ายวันนี้ครอบครัวจะทำการเคลื่อนศพไปที่ศาลาพักศพของวัดแสงธรรมรังสี ซึ่งเป็นวัดประจำหมู่บ้าน เพื่อประกอบพิธีฌาปนกิจตามกำหนดการ คือประมาณ 1500 น ซึ่งขณะนี้ครอบครัวยังคงรู้สึกเสียใจของการจากไปของลูกสาว ที่เป็นเสาหลักของครอบครัว โดยในส่วนคดีความก็ว่ากันไปตามกระบวนการของกฎหมาย ส่วนตัวไม่ขอให้อภัยผู้ก่อเหตุและต้องการให้มีการลงโทษผู้ก่อเหตุด้วยการประหารชีวิตตามกรรมที่ก่อไว้ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นครอบครัวรับไม่ได้

เยรูซาเล็ม 2021-09-19 18:17:27

ปปชยืดระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน ชะลอ นายกฯ-กรรมการสภามหาวิทยาลัย ยื่นบัญชีทรัพย์สิน ระบุอาจไม่คุ้นชิน แต่ย้ำยังต้องยื่นอยู่ดี ด้าน รมชศึกษาธิการ เกรงสุญญากาศ วอนอย่าเพิ่งลาออก แนะให้เทียบอำนาจหน้าที่ อย่าแค่ตำแหน่ง เสนอทางออกแก้ กม-ใช้ ม44 เมื่อวันที่ 13 พย ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) สนามบินน้ำ จนนทบุรี นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ปปช แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ปปช ว่า ตามที่ประกาศคณะกรรมการ ปปช เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ตามมาตรา 102 พศ2561 ได้ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พย61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 2 ธค61 นั้น ต่อมามีกรณีที่ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ) ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 7 พย61 ให้เสนอคณะกรรมการ ปปช ทบทวนการออกประกาศดังกล่าวในส่วนของตำแหน่งของนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย คณะกรรมการ ปปชพิจารณาแล้ว เห็นว่าตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช นายวรวิทย์กล่าวว่า แต่เนื่องจากเป็นตำแหน่งใหม่ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน หากจะให้ประกาศฯ มีผลใช้บังคับทันทีกับผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว จะกระทบต่อการบริหารงานในมหาวิทยาลัย จึงมีมติให้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศคณะกรรมการ ปปชดังกล่าว เฉพาะในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย โดยไม่รวมถึงตำแหน่งอธิการบดี ทั้งในสถาบันอุดมศึกษา ในกำกับของรัฐ และสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดของรัฐ ตามข้อ 787 และข้อ 7106 ของประกาศ รวมถึงตำแหน่งประธานสภาสถาบัน รองประธานสภาสถาบัน และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า ตามข้อ 7861 ให้ขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับแต่วันที่ 2 ธค61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 31 มค62 เพื่อคณะกรรมการ ปปชจะได้รวบรวมความคิดเห็นของบุคลากรทางการศึกษา ภาคส่วนต่างๆ ของสังคม เพื่อพิจารณาใ นรายละเอียดต่อไป ตำแหน่งนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ประธานสภา รองประธานสภา และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า เป็นตำแหน่งใหม่ กรรมการแต่ละคนอาจไม่คุ้นเคย ต้องใช้ระยะเวลา ถ้ามีกรรมการคนหนึ่งคนใดลาออก เรื่องการสรรหาคนมาทดแทนต้องใช้ระยะเวลาหนึ่ง หากบังคับใช้กฎหมายทันทีอาจมีผลกระทบต่อการบริหารงาน จึงไปดูตัวกฎหมายต่างๆ ของมหาวิทยาลัยเบื้องต้นแล้ว เห็นว่าระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน เหมาะสมที่ทางมหาวิทยาลัยจะแก้ไขปัญหากรณีมีบุคลากรลาออก นายวรวิทย์ กล่าว ทางด้าน นพอุดม คชินทร รมชศึกษาธิการ กล่าวว่า หลังจาก ปปชขยายเวลาบังคับใช้ประกาศ ปปชออกไป 60 วัน ทำให้มีเวลาที่จะไปหาทางออก และทำให้นายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยมีโอกาส ขณะนี้ตนพยายามที่จะส่งข่าวไปยังนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยทุกแห่งว่าอย่าเพิ่งลาออก รอให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กับ ปปชได้หาทางออกกันก่อน อย่างที่ทราบกัน ผลกระทบมากกว่าที่เราคิดไว้มาก อย่างน้อยการที่ ปปชยืดออกไป 60 วัน จะได้มีเวลาหารือกันมากขึ้น ซึ่งน่าเห็นใจ ปปชเหมือนกันว่าจะหาทางออกอย่างไร เนื่องจากต้องทำตาม พรบปปชอย่างเดียว ดังนั้น มันต้องมาช่วยกันทั้งทางรัฐบาลและ ปปช เช่น จะแก้ พรบปปชใหม่หรือไม่ ซึ่งก็ต้องใช้เวลา หรือบางคนเสนอให้ใช้มาตรา 44 เป็นเรื่องที่ต้องไปคุยและตกลงกัน ผมคิดว่าถ้าจะแก้ต้องแก้ทั้งกระบิ จะมายกเฉพาะมหาวิทยาลัย แต่กลุ่มอื่นๆ อย่างองค์การมหาชนไม่ให้ก็จะเป็นประเด็นอีก ดังนั้นขอให้ใจเย็นนิดนึง อย่าเพิ่งลาออกตอนนี้ ถ้าลาออกกันเยอะๆ มันจะเกิดสุญญากาศ องค์ประชุมจะไม่ครบ มันจะลำบาก เพราะสภามหาวิทยาลัยต้องอนุมัติหลักสูตร ซึ่งมีการเสนอเข้าในที่ประชุมทุกครั้ง หรือตำแหน่งทางวิชาการ ที่มีการพิจารณากันทุกเดือน จะทำให้มีผลกระทบแน่นอน นพอุดมกล่าว ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงเวลา 60 วันที่ยืดออกไป หากนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยืนยันจะลาออก จะเพียงพอในการหาคนใหม่มาทดแทนหรือไม่ นพอุดมกล่าวว่า ตนคิดว่าไม่ทันอยู่ดี การยืด 60 วัน ทำให้คนที่คิดจะลาออกมีเวลาพิจารณามากขึ้น เพียงแต่ถ้ายังไม่พอใจสิ่งที่เราจะปรับให้ เขาก็มีสิทธิ์จะลาออกอยู่ดี ซึ่งคงเป็นช่วงท้ายๆ ในระยะเวลา 60 วัน แต่กระบวนการสรรหาใหม่เร็วสุดต้องใช้เวลา 2 เดือน อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ขอว่าอย่าเพิ่งลาออก เพราะรัฐบาลเต็มที่อยู่แล้วว่าต้องพยายามหาทางออกให้ได้ รมชศึกษาธิการกล่าวว่า ตอนที่ ปปชทำประกาศไม่ได้มาปรึกษากับทางกระทรวงศึกษาธิการ เพราะ ปปชต้องทำ พรปว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โดยเขียนไว้กว้างๆ ว่าต้องเป็นผู้บริหารระดับสูง ส่วนเป็นใครบ้าง ปปชเป็นผู้ตีความ ซึ่งตนคิดว่าการเทียบตำแหน่งไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องทีเดียว แต่ต้องเอาอำนาจหน้าที่เป็นหลัก สภามหาวิทยาลัยอนุมัติแต่หลักสูตรและตำแหน่งต่างๆ ไม่มีสิทธิ์อนุมัติงบประมาณ แค่เห็นชอบเพื่อส่งมาให้สำนักงบประมาณ เป็นเพียงทางผ่านเฉยๆ ไม่มีอำนาจหน้าที่อะไรเกี่ยวกับเรื่องเงินเลย แต่พอ ปปชเทียบเอาตำแหน่งเป็นหลักทั้งที่บางตำแหน่งไม่เกี่ยวข้องเลย มันจึงเกิดผลกระทบ เป็นความปั่นป่วนวุ่นวายที่เกิดขึ้น นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (เลขาฯ กกอ) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) มีมติเกี่ยวกับประกาศ ปปช เรื่องกําหนดตําแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พศ2561 ในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช แต่ให้มีการขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2561 ดังนั้นจึงจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 มกราคม 2562 ว่าในส่วนของการลาออกจากตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยของรัฐนั้น เป็นเรื่องภายในของมหาวิทยาลัย ไม่ต้องแจ้งมายังสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ) ซึ่งตนเข้าใจว่าหากจะมีการลาออกจริง อาจจะมีการตัดสินใจในช่วงใกล้วันที่ประกาศดังกล่าวจะบังคับใช้ เนื่องจากสภามหาวิทยาลัยจำเป็นที่จะต้องมีการดำเนินงานต่างๆ ของมหาวิทยาลัยให้เสร็จสิ้นก่อน ทั้งนี้ หากกรรมการสภามหาวิทยาลัยตัดสินใจที่จะลาออก ก็จะมีการแจ้งให้มหาวิทยาลัยรับทราบอยู่แล้ว เพื่อที่ฝ่ายบริหารจะได้เตรียมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิมาทดแทนต่อไป เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีกรรมการสภามหาวิทยาลัยลาออก จะกระทบต่อการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยหรือไม่ นายสุภัทรกล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับปฏิทินการดำเนินงานของแต่ละมหาวิทยาลัย ซึ่งตนคิดว่าสภามหาวิทยาลัยควรจะมีการวางแผนการดำเนินงานให้ดี เช่น หากมีความจำเป็นต้องปรับปรุงหลักสูตรอย่างเร่งด่วน และกรรมการสภามหาวิทยาลัยไม่ครบ ก็จะไม่สามารถดำเนินการได้ เป็นต้น ด้าน นพกำจร ตติยกวี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในส่วนของกรรมการสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยชุดนี้ที่กำลังจะหมดวาระอีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้านี้นั้น หากปปชขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศดังกล่าวออกไปอีก 60 วัน ตนคิดว่าน่าจะอยู่ได้ เพราะกรรมการส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นสภาจุฬาฯ หรือที่อื่นๆ ที่ใกล้จะหมดวาระมองว่าการยื่นบัญชีทรัพย์เป็นความวุ่นวาย เนื่องจากใกล้จะหมดวาระแล้ว จึงตัดสินใจที่จะลาออกมากกว่า เพราะตนคิดว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่จะยื่นหรือไม่ยื่น อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าความวุ่นวายนี้จะยังไม่จบ เพราะมหาวิทยาลัยนอกจากจะต้องการความช่วยเหลือด้านวิชาการแล้ว ยังต้องการความช่วยเหลือจากสังคมในด้านอื่นๆ ด้วย ซึ่งประสบการณ์และแนวความคิดจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะสามารถช่วยในการทำนายอนาคตของบัณฑิตที่นะผลิตขึ้นในแต่ละมหาวิทยาลัยได้ด้วย และหากขาดในส่วนนี้ไป จะหาคนมาทดแทนได้หรือไม่นั้น ตนคิดว่าเป็นประเด็นที่น่าปวดหัวของแต่ละมหาวิทยาลัย ความคิดของการแจงทรัพย์สินมาจากข้าราชการที่ทำหน้าที่เดียว และมีรายได้ทางเดียว ในขณะที่ภาคเอกชนที่ไม่ได้มีรายรับทางเดียวเหมือนกับข้าราชการ และยังมีทรัพย์สินส่วนตัวที่ไม่ต้องการจะเปิดเผย เพราะอาจจะส่งผลต่อธุรกิจ ดังนั้นการที่จะให้นักธุรกิจภาคเอกชนมาเท่ากับข้าราชการ ผมว่ามันไม่ใช่ นพกำจรกล่าว, ปปชยืดระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน ชะลอ นายกฯ-กรรมการสภามหาวิทยาลัย ยื่นบัญชีทรัพย์สิน ระบุอาจไม่คุ้นชิน แต่ย้ำยังต้องยื่นอยู่ดี ด้าน รมชศึกษาธิการ เกรงสุญญากาศ วอนอย่าเพิ่งลาออก แนะให้เทียบอำนาจหน้าที่ อย่าแค่ตำแหน่ง เสนอทางออกแก้ กม-ใช้ ม44 เมื่อวันที่ 13 พย ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) สนามบินน้ำ จนนทบุรี นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ปปช แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ปปช ว่า ตามที่ประกาศคณะกรรมการ ปปช เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ตามมาตรา 102 พศ2561 ได้ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พย61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 2 ธค61 นั้น ต่อมามีกรณีที่ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ) ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 7 พย61 ให้เสนอคณะกรรมการ ปปช ทบทวนการออกประกาศดังกล่าวในส่วนของตำแหน่งของนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย คณะกรรมการ ปปชพิจารณาแล้ว เห็นว่าตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช นายวรวิทย์กล่าวว่า แต่เนื่องจากเป็นตำแหน่งใหม่ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน หากจะให้ประกาศฯ มีผลใช้บังคับทันทีกับผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว จะกระทบต่อการบริหารงานในมหาวิทยาลัย จึงมีมติให้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศคณะกรรมการ ปปชดังกล่าว เฉพาะในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย โดยไม่รวมถึงตำแหน่งอธิการบดี ทั้งในสถาบันอุดมศึกษา ในกำกับของรัฐ และสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดของรัฐ ตามข้อ 787 และข้อ 7106 ของประกาศ รวมถึงตำแหน่งประธานสภาสถาบัน รองประธานสภาสถาบัน และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า ตามข้อ 7861 ให้ขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับแต่วันที่ 2 ธค61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 31 มค62 เพื่อคณะกรรมการ ปปชจะได้รวบรวมความคิดเห็นของบุคลากรทางการศึกษา ภาคส่วนต่างๆ ของสังคม เพื่อพิจารณาใ นรายละเอียดต่อไป ตำแหน่งนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ประธานสภา รองประธานสภา และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า เป็นตำแหน่งใหม่ กรรมการแต่ละคนอาจไม่คุ้นเคย ต้องใช้ระยะเวลา ถ้ามีกรรมการคนหนึ่งคนใดลาออก เรื่องการสรรหาคนมาทดแทนต้องใช้ระยะเวลาหนึ่ง หากบังคับใช้กฎหมายทันทีอาจมีผลกระทบต่อการบริหารงาน จึงไปดูตัวกฎหมายต่างๆ ของมหาวิทยาลัยเบื้องต้นแล้ว เห็นว่าระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน เหมาะสมที่ทางมหาวิทยาลัยจะแก้ไขปัญหากรณีมีบุคลากรลาออก นายวรวิทย์ กล่าว ทางด้าน นพอุดม คชินทร รมชศึกษาธิการ กล่าวว่า หลังจาก ปปชขยายเวลาบังคับใช้ประกาศ ปปชออกไป 60 วัน ทำให้มีเวลาที่จะไปหาทางออก และทำให้นายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยมีโอกาส ขณะนี้ตนพยายามที่จะส่งข่าวไปยังนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยทุกแห่งว่าอย่าเพิ่งลาออก รอให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กับ ปปชได้หาทางออกกันก่อน อย่างที่ทราบกัน ผลกระทบมากกว่าที่เราคิดไว้มาก อย่างน้อยการที่ ปปชยืดออกไป 60 วัน จะได้มีเวลาหารือกันมากขึ้น ซึ่งน่าเห็นใจ ปปชเหมือนกันว่าจะหาทางออกอย่างไร เนื่องจากต้องทำตาม พรบปปชอย่างเดียว ดังนั้น มันต้องมาช่วยกันทั้งทางรัฐบาลและ ปปช เช่น จะแก้ พรบปปชใหม่หรือไม่ ซึ่งก็ต้องใช้เวลา หรือบางคนเสนอให้ใช้มาตรา 44 เป็นเรื่องที่ต้องไปคุยและตกลงกัน ผมคิดว่าถ้าจะแก้ต้องแก้ทั้งกระบิ จะมายกเฉพาะมหาวิทยาลัย แต่กลุ่มอื่นๆ อย่างองค์การมหาชนไม่ให้ก็จะเป็นประเด็นอีก ดังนั้นขอให้ใจเย็นนิดนึง อย่าเพิ่งลาออกตอนนี้ ถ้าลาออกกันเยอะๆ มันจะเกิดสุญญากาศ องค์ประชุมจะไม่ครบ มันจะลำบาก เพราะสภามหาวิทยาลัยต้องอนุมัติหลักสูตร ซึ่งมีการเสนอเข้าในที่ประชุมทุกครั้ง หรือตำแหน่งทางวิชาการ ที่มีการพิจารณากันทุกเดือน จะทำให้มีผลกระทบแน่นอน นพอุดมกล่าว ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงเวลา 60 วันที่ยืดออกไป หากนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยืนยันจะลาออก จะเพียงพอในการหาคนใหม่มาทดแทนหรือไม่ นพอุดมกล่าวว่า ตนคิดว่าไม่ทันอยู่ดี การยืด 60 วัน ทำให้คนที่คิดจะลาออกมีเวลาพิจารณามากขึ้น เพียงแต่ถ้ายังไม่พอใจสิ่งที่เราจะปรับให้ เขาก็มีสิทธิ์จะลาออกอยู่ดี ซึ่งคงเป็นช่วงท้ายๆ ในระยะเวลา 60 วัน แต่กระบวนการสรรหาใหม่เร็วสุดต้องใช้เวลา 2 เดือน อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ขอว่าอย่าเพิ่งลาออก เพราะรัฐบาลเต็มที่อยู่แล้วว่าต้องพยายามหาทางออกให้ได้ รมชศึกษาธิการกล่าวว่า ตอนที่ ปปชทำประกาศไม่ได้มาปรึกษากับทางกระทรวงศึกษาธิการ เพราะ ปปชต้องทำ พรปว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โดยเขียนไว้กว้างๆ ว่าต้องเป็นผู้บริหารระดับสูง ส่วนเป็นใครบ้าง ปปชเป็นผู้ตีความ ซึ่งตนคิดว่าการเทียบตำแหน่งไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องทีเดียว แต่ต้องเอาอำนาจหน้าที่เป็นหลัก สภามหาวิทยาลัยอนุมัติแต่หลักสูตรและตำแหน่งต่างๆ ไม่มีสิทธิ์อนุมัติงบประมาณ แค่เห็นชอบเพื่อส่งมาให้สำนักงบประมาณ เป็นเพียงทางผ่านเฉยๆ ไม่มีอำนาจหน้าที่อะไรเกี่ยวกับเรื่องเงินเลย แต่พอ ปปชเทียบเอาตำแหน่งเป็นหลักทั้งที่บางตำแหน่งไม่เกี่ยวข้องเลย มันจึงเกิดผลกระทบ เป็นความปั่นป่วนวุ่นวายที่เกิดขึ้น นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (เลขาฯ กกอ) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) มีมติเกี่ยวกับประกาศ ปปช เรื่องกําหนดตําแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พศ2561 ในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช แต่ให้มีการขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2561 ดังนั้นจึงจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 มกราคม 2562 ว่าในส่วนของการลาออกจากตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยของรัฐนั้น เป็นเรื่องภายในของมหาวิทยาลัย ไม่ต้องแจ้งมายังสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ) ซึ่งตนเข้าใจว่าหากจะมีการลาออกจริง อาจจะมีการตัดสินใจในช่วงใกล้วันที่ประกาศดังกล่าวจะบังคับใช้ เนื่องจากสภามหาวิทยาลัยจำเป็นที่จะต้องมีการดำเนินงานต่างๆ ของมหาวิทยาลัยให้เสร็จสิ้นก่อน ทั้งนี้ หากกรรมการสภามหาวิทยาลัยตัดสินใจที่จะลาออก ก็จะมีการแจ้งให้มหาวิทยาลัยรับทราบอยู่แล้ว เพื่อที่ฝ่ายบริหารจะได้เตรียมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิมาทดแทนต่อไป เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีกรรมการสภามหาวิทยาลัยลาออก จะกระทบต่อการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยหรือไม่ นายสุภัทรกล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับปฏิทินการดำเนินงานของแต่ละมหาวิทยาลัย ซึ่งตนคิดว่าสภามหาวิทยาลัยควรจะมีการวางแผนการดำเนินงานให้ดี เช่น หากมีความจำเป็นต้องปรับปรุงหลักสูตรอย่างเร่งด่วน และกรรมการสภามหาวิทยาลัยไม่ครบ ก็จะไม่สามารถดำเนินการได้ เป็นต้น ด้าน นพกำจร ตติยกวี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในส่วนของกรรมการสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยชุดนี้ที่กำลังจะหมดวาระอีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้านี้นั้น หากปปชขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศดังกล่าวออกไปอีก 60 วัน ตนคิดว่าน่าจะอยู่ได้ เพราะกรรมการส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นสภาจุฬาฯ หรือที่อื่นๆ ที่ใกล้จะหมดวาระมองว่าการยื่นบัญชีทรัพย์เป็นความวุ่นวาย เนื่องจากใกล้จะหมดวาระแล้ว จึงตัดสินใจที่จะลาออกมากกว่า เพราะตนคิดว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่จะยื่นหรือไม่ยื่น อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าความวุ่นวายนี้จะยังไม่จบ เพราะมหาวิทยาลัยนอกจากจะต้องการความช่วยเหลือด้านวิชาการแล้ว ยังต้องการความช่วยเหลือจากสังคมในด้านอื่นๆ ด้วย ซึ่งประสบการณ์และแนวความคิดจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะสามารถช่วยในการทำนายอนาคตของบัณฑิตที่นะผลิตขึ้นในแต่ละมหาวิทยาลัยได้ด้วย และหากขาดในส่วนนี้ไป จะหาคนมาทดแทนได้หรือไม่นั้น ตนคิดว่าเป็นประเด็นที่น่าปวดหัวของแต่ละมหาวิทยาลัย ความคิดของการแจงทรัพย์สินมาจากข้าราชการที่ทำหน้าที่เดียว และมีรายได้ทางเดียว ในขณะที่ภาคเอกชนที่ไม่ได้มีรายรับทางเดียวเหมือนกับข้าราชการ และยังมีทรัพย์สินส่วนตัวที่ไม่ต้องการจะเปิดเผย เพราะอาจจะส่งผลต่อธุรกิจ ดังนั้นการที่จะให้นักธุรกิจภาคเอกชนมาเท่ากับข้าราชการ ผมว่ามันไม่ใช่ นพกำจรกล่าว。 ปปชยืดระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน ชะลอ นายกฯ-กรรมการสภามหาวิทยาลัย ยื่นบัญชีทรัพย์สิน ระบุอาจไม่คุ้นชิน แต่ย้ำยังต้องยื่นอยู่ดี ด้าน รมชศึกษาธิการ เกรงสุญญากาศ วอนอย่าเพิ่งลาออก แนะให้เทียบอำนาจหน้าที่ อย่าแค่ตำแหน่ง เสนอทางออกแก้ กม-ใช้ ม44 เมื่อวันที่ 13 พย ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) สนามบินน้ำ จนนทบุรี นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ปปช แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ปปช ว่า ตามที่ประกาศคณะกรรมการ ปปช เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ตามมาตรา 102 พศ2561 ได้ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พย61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 2 ธค61 นั้น ต่อมามีกรณีที่ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ) ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 7 พย61 ให้เสนอคณะกรรมการ ปปช ทบทวนการออกประกาศดังกล่าวในส่วนของตำแหน่งของนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย คณะกรรมการ ปปชพิจารณาแล้ว เห็นว่าตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช นายวรวิทย์กล่าวว่า แต่เนื่องจากเป็นตำแหน่งใหม่ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน หากจะให้ประกาศฯ มีผลใช้บังคับทันทีกับผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว จะกระทบต่อการบริหารงานในมหาวิทยาลัย จึงมีมติให้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศคณะกรรมการ ปปชดังกล่าว เฉพาะในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย โดยไม่รวมถึงตำแหน่งอธิการบดี ทั้งในสถาบันอุดมศึกษา ในกำกับของรัฐ และสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดของรัฐ ตามข้อ 787 และข้อ 7106 ของประกาศ รวมถึงตำแหน่งประธานสภาสถาบัน รองประธานสภาสถาบัน และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า ตามข้อ 7861 ให้ขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับแต่วันที่ 2 ธค61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 31 มค62 เพื่อคณะกรรมการ ปปชจะได้รวบรวมความคิดเห็นของบุคลากรทางการศึกษา ภาคส่วนต่างๆ ของสังคม เพื่อพิจารณาใ นรายละเอียดต่อไป ตำแหน่งนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ประธานสภา รองประธานสภา และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า เป็นตำแหน่งใหม่ กรรมการแต่ละคนอาจไม่คุ้นเคย ต้องใช้ระยะเวลา ถ้ามีกรรมการคนหนึ่งคนใดลาออก เรื่องการสรรหาคนมาทดแทนต้องใช้ระยะเวลาหนึ่ง หากบังคับใช้กฎหมายทันทีอาจมีผลกระทบต่อการบริหารงาน จึงไปดูตัวกฎหมายต่างๆ ของมหาวิทยาลัยเบื้องต้นแล้ว เห็นว่าระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน เหมาะสมที่ทางมหาวิทยาลัยจะแก้ไขปัญหากรณีมีบุคลากรลาออก นายวรวิทย์ กล่าว ทางด้าน นพอุดม คชินทร รมชศึกษาธิการ กล่าวว่า หลังจาก ปปชขยายเวลาบังคับใช้ประกาศ ปปชออกไป 60 วัน ทำให้มีเวลาที่จะไปหาทางออก และทำให้นายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยมีโอกาส ขณะนี้ตนพยายามที่จะส่งข่าวไปยังนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยทุกแห่งว่าอย่าเพิ่งลาออก รอให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กับ ปปชได้หาทางออกกันก่อน อย่างที่ทราบกัน ผลกระทบมากกว่าที่เราคิดไว้มาก อย่างน้อยการที่ ปปชยืดออกไป 60 วัน จะได้มีเวลาหารือกันมากขึ้น ซึ่งน่าเห็นใจ ปปชเหมือนกันว่าจะหาทางออกอย่างไร เนื่องจากต้องทำตาม พรบปปชอย่างเดียว ดังนั้น มันต้องมาช่วยกันทั้งทางรัฐบาลและ ปปช เช่น จะแก้ พรบปปชใหม่หรือไม่ ซึ่งก็ต้องใช้เวลา หรือบางคนเสนอให้ใช้มาตรา 44 เป็นเรื่องที่ต้องไปคุยและตกลงกัน ผมคิดว่าถ้าจะแก้ต้องแก้ทั้งกระบิ จะมายกเฉพาะมหาวิทยาลัย แต่กลุ่มอื่นๆ อย่างองค์การมหาชนไม่ให้ก็จะเป็นประเด็นอีก ดังนั้นขอให้ใจเย็นนิดนึง อย่าเพิ่งลาออกตอนนี้ ถ้าลาออกกันเยอะๆ มันจะเกิดสุญญากาศ องค์ประชุมจะไม่ครบ มันจะลำบาก เพราะสภามหาวิทยาลัยต้องอนุมัติหลักสูตร ซึ่งมีการเสนอเข้าในที่ประชุมทุกครั้ง หรือตำแหน่งทางวิชาการ ที่มีการพิจารณากันทุกเดือน จะทำให้มีผลกระทบแน่นอน นพอุดมกล่าว ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงเวลา 60 วันที่ยืดออกไป หากนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยืนยันจะลาออก จะเพียงพอในการหาคนใหม่มาทดแทนหรือไม่ นพอุดมกล่าวว่า ตนคิดว่าไม่ทันอยู่ดี การยืด 60 วัน ทำให้คนที่คิดจะลาออกมีเวลาพิจารณามากขึ้น เพียงแต่ถ้ายังไม่พอใจสิ่งที่เราจะปรับให้ เขาก็มีสิทธิ์จะลาออกอยู่ดี ซึ่งคงเป็นช่วงท้ายๆ ในระยะเวลา 60 วัน แต่กระบวนการสรรหาใหม่เร็วสุดต้องใช้เวลา 2 เดือน อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ขอว่าอย่าเพิ่งลาออก เพราะรัฐบาลเต็มที่อยู่แล้วว่าต้องพยายามหาทางออกให้ได้ รมชศึกษาธิการกล่าวว่า ตอนที่ ปปชทำประกาศไม่ได้มาปรึกษากับทางกระทรวงศึกษาธิการ เพราะ ปปชต้องทำ พรปว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โดยเขียนไว้กว้างๆ ว่าต้องเป็นผู้บริหารระดับสูง ส่วนเป็นใครบ้าง ปปชเป็นผู้ตีความ ซึ่งตนคิดว่าการเทียบตำแหน่งไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องทีเดียว แต่ต้องเอาอำนาจหน้าที่เป็นหลัก สภามหาวิทยาลัยอนุมัติแต่หลักสูตรและตำแหน่งต่างๆ ไม่มีสิทธิ์อนุมัติงบประมาณ แค่เห็นชอบเพื่อส่งมาให้สำนักงบประมาณ เป็นเพียงทางผ่านเฉยๆ ไม่มีอำนาจหน้าที่อะไรเกี่ยวกับเรื่องเงินเลย แต่พอ ปปชเทียบเอาตำแหน่งเป็นหลักทั้งที่บางตำแหน่งไม่เกี่ยวข้องเลย มันจึงเกิดผลกระทบ เป็นความปั่นป่วนวุ่นวายที่เกิดขึ้น นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (เลขาฯ กกอ) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) มีมติเกี่ยวกับประกาศ ปปช เรื่องกําหนดตําแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พศ2561 ในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช แต่ให้มีการขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2561 ดังนั้นจึงจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 มกราคม 2562 ว่าในส่วนของการลาออกจากตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยของรัฐนั้น เป็นเรื่องภายในของมหาวิทยาลัย ไม่ต้องแจ้งมายังสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ) ซึ่งตนเข้าใจว่าหากจะมีการลาออกจริง อาจจะมีการตัดสินใจในช่วงใกล้วันที่ประกาศดังกล่าวจะบังคับใช้ เนื่องจากสภามหาวิทยาลัยจำเป็นที่จะต้องมีการดำเนินงานต่างๆ ของมหาวิทยาลัยให้เสร็จสิ้นก่อน ทั้งนี้ หากกรรมการสภามหาวิทยาลัยตัดสินใจที่จะลาออก ก็จะมีการแจ้งให้มหาวิทยาลัยรับทราบอยู่แล้ว เพื่อที่ฝ่ายบริหารจะได้เตรียมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิมาทดแทนต่อไป เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีกรรมการสภามหาวิทยาลัยลาออก จะกระทบต่อการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยหรือไม่ นายสุภัทรกล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับปฏิทินการดำเนินงานของแต่ละมหาวิทยาลัย ซึ่งตนคิดว่าสภามหาวิทยาลัยควรจะมีการวางแผนการดำเนินงานให้ดี เช่น หากมีความจำเป็นต้องปรับปรุงหลักสูตรอย่างเร่งด่วน และกรรมการสภามหาวิทยาลัยไม่ครบ ก็จะไม่สามารถดำเนินการได้ เป็นต้น ด้าน นพกำจร ตติยกวี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในส่วนของกรรมการสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยชุดนี้ที่กำลังจะหมดวาระอีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้านี้นั้น หากปปชขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศดังกล่าวออกไปอีก 60 วัน ตนคิดว่าน่าจะอยู่ได้ เพราะกรรมการส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นสภาจุฬาฯ หรือที่อื่นๆ ที่ใกล้จะหมดวาระมองว่าการยื่นบัญชีทรัพย์เป็นความวุ่นวาย เนื่องจากใกล้จะหมดวาระแล้ว จึงตัดสินใจที่จะลาออกมากกว่า เพราะตนคิดว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่จะยื่นหรือไม่ยื่น อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าความวุ่นวายนี้จะยังไม่จบ เพราะมหาวิทยาลัยนอกจากจะต้องการความช่วยเหลือด้านวิชาการแล้ว ยังต้องการความช่วยเหลือจากสังคมในด้านอื่นๆ ด้วย ซึ่งประสบการณ์และแนวความคิดจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะสามารถช่วยในการทำนายอนาคตของบัณฑิตที่นะผลิตขึ้นในแต่ละมหาวิทยาลัยได้ด้วย และหากขาดในส่วนนี้ไป จะหาคนมาทดแทนได้หรือไม่นั้น ตนคิดว่าเป็นประเด็นที่น่าปวดหัวของแต่ละมหาวิทยาลัย ความคิดของการแจงทรัพย์สินมาจากข้าราชการที่ทำหน้าที่เดียว และมีรายได้ทางเดียว ในขณะที่ภาคเอกชนที่ไม่ได้มีรายรับทางเดียวเหมือนกับข้าราชการ และยังมีทรัพย์สินส่วนตัวที่ไม่ต้องการจะเปิดเผย เพราะอาจจะส่งผลต่อธุรกิจ ดังนั้นการที่จะให้นักธุรกิจภาคเอกชนมาเท่ากับข้าราชการ ผมว่ามันไม่ใช่ นพกำจรกล่าว。

อิโตะ ไส้เดือน 2021-09-19 18:17:27

ดังนั้นเรื่องของการจัดสรรคลื่นความถี่ให้พอเพียงกับความต้องการใช้ 5จี นั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยความเร็วในการรับส่งข้อมูลเบื้องต้นในยุค 5จี จะมีความเร็วในการส่งข้อมูลสูงกว่า 4จี อย่างน้อย 10 เท่า หรือ เรียกว่า เป็นการรับส่งข้อมูลด้วยความเร็วที่ระดับ กิกะบิตเพอร์เชค(Gbps) ซึ่งก็จะรับส่งข้อมูลจำนวนสูงขนาดนี้ จำเป็นต้องใช้คลื่นความถี่จำนวนมากขึ้นตามไปด้วย เพื่อรองรับคุณสมบัติดังกล่าว อย่างน้อยที่สุดคลื่นที่จะนำมาใช้ได้ ก็จะต้องช่วงความกว้างของคลื่นความถี่ จะต้องไม่ต่ำกว่า 50-100 MHz จึงบอกได้เลยว่าจำนวนคลื่นความถี่ที่ให้บริการในปัจจุบันจะมีไม่เพียงพออย่างแน่นอน และจำเป็นจะต้องสรรหาคลื่นใหม่มาจัดสรรเพิ่มเติม เพื่อรองรับการให้บริการบนเทคโนโลยี 5จี, ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ บินด่วนมาสิงคโปร์เตรียมจัดทัพยุทธศาสตร์แตกแบงก์พัน เคาะใครควรอยู่ พท-ทษช-พธ-พพช ก่อแก้วเผยคนเสื้อแดงในเพื่อไทยรอตัดสินใจกำหนดทิศทาง รับอยู่ที่เดิมสบายใจแต่โอกาสชวด สสสูง 13 พย คนไม่มีผม-ลูกเสธแดง ซบ ทษช ปชป เปิดตัวคนรุ่นใหม่ มาร์คดันรุ่นเก่าประกบให้เป็นบัดดี้ ยันไม่มีกรณีกลุ่ม 10 มกราแน่ พปชร รับสมาชิกคึกคัก โอ่ 18 พยจะมีก๊วนใหญ่มาอีก อุตตม ยังกั๊กชื่อ ประยุทธ์ ระบุจะมีเซอร์ไพรส์หรือไม่ต้องรอติดตาม เมื่อวันอังคาร พรรคการเมืองต่างๆ ยังคงเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเปิดตัวและการย้ายสังกัดที่คึกคักอย่างยิ่ง โดยที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือไอติม สมาชิก ปชปหลานนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรค นำทีมเปิดตัวคนรุ่นใหม่ในชื่อ New Dem ก้าวนอกกรอบ โดยภายในงานมีคณะผู้บริหารพรรคร่วมงานอย่างคึกคัก โดยนายพริษฐ์กล่าวว่า New Dem ไม่ต้องการนิยามว่ากรอบเดิมผิดหรือถูก แต่อยากชวนให้ทุกคนตั้งคำถามกับแนวคิดค่านิยมเดิมๆ ที่ทำมาจนคุ้นเคย โดยต้องการให้ New Dem เป็นสะพานเชื่อมคนรุ่นใหม่ทั้งในและนอกพรรค ซึ่งเชื่อว่าปัญหาบ้านเมืองและปากท้องของประชาชนต้องการคนรุ่นใหม่มาช่วยคิดหาคำตอบ เพราะหลายเรื่องคนรุ่นใหม่อาจเชี่ยวชาญหรือสนใจมากกว่า เช่น เทคโนโลยี หรือความหลากหลายในสังคม New Dem ไม่ใช่แค่ยุทธศาสตร์หาเสียงของพรรค แต่จะเป็นพื้นที่ของคนรุ่นใหม่เพื่อให้พรรคประชาธิปัตย์มีความใหม่และทันยุคสมัยตลอดเวลา และจะนำเสนอแนวความคิดจากคนรุ่นใหม่ให้พรรคเพื่อทำเป็นนโยบายต่อไป แม้หลายคนไม่คิดว่าพรรคที่เก่าแก่ที่สุดจะเปลี่ยนแปลงได้ แต่ขอให้ทุกคนรอดูการเปลี่ยนแปลงที่จะทำให้เกิดขึ้นได้จริง นายพริษฐ์กล่าว และว่า กลุ่มคนรุ่นใหม่ของ ปชปแตกต่างจากคนรุ่นใหม่ของพรรคอื่น คือไม่จำเป็นต้องเป็นลูกหลานของนักการเมือง หรือสืบทอดอำนาจ และคนรุ่นของพรรคพร้อมจะรับฟังและทำงานกับคนทุกรุ่น ซึ่งกลุ่มต้องการทำการเมืองที่สร้างสรรค์ ไม่ใช่ความขัดแย้ง จากนั้นในงานเปิดตัวคนรุ่นใหม่ 20 คน ในทีม New Dem และแนวคิดที่ต้องการให้พรรครับไปเป็นนโยบายเพื่อขับเคลื่อน โดยนายพริษฐ์เสนอแนวคิดยกเลิกการเกณฑ์ทหาร และเปลี่ยนเป็นการเกณฑ์แบบสมัครใจ 100% นพคณวัฒน์ จันทรลาวัลย์ หรือหมอเอ้ก เสนอการเปิดการค้ากัญชาเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด นายสุรบถ หลีกภัย หรือปลื้ม ชูแนวคิดการผลักดันอีสปอร์ต นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดอื่นๆ ของคนรุ่นใหม่ที่เสนอ อาทิ การลดการใช้ถุงพลาสติกด้วยการคิดราคาถุง และโครงการคืนขวด, E-Government ใช้เทคโนโลยีจองคิวการให้บริการของรัฐ, ดึงข้อมูลออนไลน์มาใช้แทนเอกสารสำคัญ แนวคิดส่งเสริมคราฟต์เบียร์ หรือสุราพื้นบ้าน และเพิ่มหลักสูตรกฎหมายในชั้นมัธยมศึกษา เป็นต้นสสเก่าบัดดี้คนรุ่นใหม่ ด้านนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่มีคนรุ่นใหม่จำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นในที่ส่วนร่วม เมื่อก่อนก็เคยเป็นแบบนี้ เมื่อผ่านมาหลายปีได้ทำหลายสิ่ง และยังไม่ได้ทำอีกหลายสิ่ง แต่พรรคก็เปิดโอกาสให้ วันนี้พรรคก็เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ แนวความคิดต่างๆ จะทำได้-ทำไม่ได้ เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ต้องนำมาพูดคุยกัน ซึ่งความคิดที่หลากหลายและแตกต่างเหล่านี้จะถูกผสมผสานเพื่อพัฒนาประเทศต่อไป โดยการทำงานหลังจากนี้จะเป็นการจับคู่บัดดี้ระหว่างคนรุ่นใหม่และอดีต สสของพรรคเพื่อสอนงาน หรือแลกเปลี่ยนแนวความคิดซึ่งกันและกัน ส่วนประชาชนที่สนใจอยากเป็นสมาชิกของกลุ่มก็สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ทางแฟนเพจ New Dem นายอภิสิทธิ์ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่อดีต สสภาคตะวันออกลาออกจากพรรคว่า บางคนที่มาลาออก เราพอทราบอยู่แล้ว ซึ่งเคารพการตัดสินใจ โดยพรรคได้เตรียมความพร้อม เมื่อมีคนออกก็ต้องมีคนเข้า และผู้สมัครในภาคตะวันออกที่จะมาลงสมัครแทนก็มั่นใจว่ามีคุณภาพ เป็นเรื่องปกติที่มีคนย้ายพรรคในช่วงมีการเลือกตั้ง สิ่งสำคัญคือเรามั่นใจว่ามีบุคคลที่มีความพร้อมรับใช้ประชาชนได้ ขณะนี้ผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ที่ทำงานมาก่อน และกรรมการบริหารพรรค (กกบห) ยังไม่เห็นมีใครหนักใจว่าจะหาผู้สมัครที่มีคุณภาพไม่ได้ นายอภิสิทธิ์กล่าว นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงกลุ่มเพื่อนหมอวรงค์ที่ไม่ได้เป็น กกบหพรรคชุดใหม่ ว่าเขายืนยันที่จะช่วยเหลือพรรค เพราะเราเพิ่งเริ่มต้น เชื่อว่าทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการช่วยพรรคได้ เพราะเราเปิดโอกาสอยู่แล้ว ปชปเป็นพรรคที่เปิดกว้าง รับฟังความคิดเห็นตลอดเวลาอยู่แล้ว ซึ่งเขายืนยันว่าจะอยู่ร่วมช่วยพรรค จึงคิดว่าจะไม่มีเหตุการณ์แบบกลุ่ม 10 มกราเกิดขึ้น นายธนา ชีรวินิจ โฆษก ปชป แถลงผลการประชุมกรรมการบริหารพรรคนัดแรกว่า ที่ประชุมมีมติให้อดีต สสของพรรคไปพบสมาชิก 25 ล้านคนที่ถูกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) ที่ 13/2561 กำหนดให้ต้องยืนยันความเป็นสมาชิกจนทำให้ขาดสมาชิกภาพไป เพื่อเชิญชวนให้กลับมาเป็นสมาชิกพรรคอย่างสมบูรณ์อีกครั้ง เนื่องจากในการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรค ปชปที่ผ่านมา พบว่าสมาชิกมีความตื่นตัวสูงมาก นอกจากนี้จะจัดตั้งสาขาพรรคให้ครบสี่ภาค นายธนากล่าวอีกว่า นายอภิสิทธิ์ยังได้มอบหมายงานให้ 8 รองหัวหน้าพรรคตามภารกิจ โดยให้นายกรณ์ จาติกวณิช รับผิดชอบงานนโยบายทั้งหมด, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ดูแลเรื่องการเมือง, นายอลงกรณ์ พลบุตร ดูแลบางพื้นที่และยุทธศาสตร์กับการปฏิรูปพรรค, นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ดูแลสาขาและประสานงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต), นายนิพนธ์ บุญญามณี ดูแลสมาชิกพรรคและท้องถิ่น, นายอัศวิน วิภูศิริ ดูแลภาคเหนือ ประสานกับนางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู รองหัวหน้าภาคเหนือ และนายอิสสระ สมชัย ร่วมดูแลพื้นที่ภาคอีสานกับนายวิฑูรย์ นามบุตร รองหัวหน้าภาคอีสาน สำหรับความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทย (พท) นั้น โดยเฉพาะในซีกแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช) นั้น นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปชและอดีต สสบัญชีรายชื่อ พท กล่าวถึงความชัดเจนเรื่องท่าทีทางการเมืองของกลุ่ม นปชในพรรคว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 12 พย ได้มีการหารือร่วมกันของคนในซีก นปช เช่น นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เกี่ยวกับอนาคตของทางกลุ่ม แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป และยังไม่ได้ตัดสินใจ อยู่ระหว่างการพิจารณาข้อดี-ข้อเสีย เพราะเรื่องรัฐธรรมนูญกับเรื่องปาร์ตี้ลิสต์ก็มีปัญหาอยู่นปชรอตัดสินใจย้าย! ที่ผ่านมาอยู่กับพรรคเพื่อไทยมาตลอด ก็สบายใจดี ไม่มีปัญหา เป็นพรรคที่ทำงานด้วยกันมานาน ราบรื่น แต่ถ้าย้ายไปที่พรรคอื่น อาจได้มีโอกาสได้เป็ น สสง่ายขึ้น ตอนนี้จึงอยู่ระหว่างตัดสินใจ ที่ทั้งหมดจะได้ข้อสรุปในสัปดาห์นี้ บนหลักว่าการต่อสู้ต่อไปยังไงต้องอยู่บนหลักประชาธิปไตย ต้องดำเนินการทุกทางเพื่อไม่ให้มีการสืบทอดอำนาจเผด็จการ ก็ต้องเน้นวิถีทางรัฐสภาเป็นหลัก ที่ยังไม่ตัดสินใจ เพราะกำลังประเมินภาพรวมอยู่ นายก่อแก้วกล่าว และว่า ของเวลาตัดสินใจ 3-4 วัน หากอยู่ด้วยกันก็อยู่ด้วยกัน ถ้าไปก็ไปด้วยกัน เพราะสู้การเมืองด้วยกันมา เมื่อถามว่า หากออกจากพรรคเพื่อไทยจะไปพรรคเพื่อธรรม (พธ) หรือพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช) นายก่อแก้วกล่าวว่า ยังไม่สามารถตอบได้ ต้องดูก่อนว่าจะออกหรือไม่ออก แต่หากออกก็มีสามปัจจัยคือหนึ่ง พรรคที่ไปอยู่ด้วย ต้องเป็นพรรคเป็นพรรคแนวทางประชาธิปไตย สอง ต้องมีจุดขายการเมืองที่ทำให้สังคมเชื่อมั่น และสาม พรรคดังกล่าวต้องทำงานกับพรรคเพื่อไทยได้ คือถ้าเป็นประชาธิปไตยก็ต้องประชาธิปไตยด้วยกัน ไม่ใช่ประชาธิปไตยแต่ไปหนุนเผด็จการ แต่ก็ไม่แน่ สุดท้ายอาจอยู่พรรคเพื่อไทยแบบเดิมก็ได้ มีรายงานว่า กลุ่มอดีต สสพรรคเพื่อไทยสาย นปชได้หารือกันทางการเมืองถึงเรื่องอนาคตของกลุ่ม เพราะพบว่าหลายคนส่วนใหญ่ตอนเลือกตั้งปี 2554 ที่ลงปาร์ตี้ลิสต์ ไม่ว่าจะเป็นนายณัฐวุฒิ, นพเชิดชัย ตันติศิรินทร์, นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท, นายชินวัฒน์ หาบุญพาด, นพเหวง โตจิราการ, นายพายัพ ปั้นเกตุ, นายธนิก มาศรีพิทักษ์ และนายก่อแก้วก็ไม่ได้อยู่ใน 20 อันดับแรก และครั้งนี้หากยังอยู่กับพรรคเพื่อไทยต่อไป แล้วพรรคจัดอันดับที่ไม่ได้อยู่ในอันดับต้นๆ ให้ก็มีโอกาสสูงจะไม่ได้กลับมาเป็น สส ทำให้หลายคนหาทางออก เช่น นายธนิก แกนนำ นปชขอนแก่น ก็ขอพรรคลงสมัคร สสเขตจังหวัดขอนแก่น รวมถึงนายพายัพที่จะกลับมาลง สสเขตสิงห์บุรี แต่พรรคก็ยังไม่มีคำตอบให้ โดยต้องรอหลังวันที่ 26 พย ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่ต้องสังกัดพรรคการเมืองก่อนเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 90 วัน หากมีการเลือกตั้ง 24 กพ2562 ส่วนพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช) นั้น ในวันที่ 14 พยนี้ จะเปิดตัวสมาชิกใหม่ที่เข้าร่วมพรรค ประกอบด้วย นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมวพลังงาน อดีตแกนนำพรรคเพื่อไทย, นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช อดีต รมชมหาดไทย บิดา รทปรีชาพล หัวหน้าพรรค ทษช, นสขัตติยา สวัสดิผล บุตรสาว พลตขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธแดง ที่ใกล้ชิดกับ นสยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ และนายนิติ เนื่องจำนงค์ อนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม นอกจากนี้ยังมีแกนนำพรรค พทหลายคนอยู่ระหว่างตัดสินใจว่าจะเข้าร่วม ทษชหรือไม่ นายพิชัยกล่าวว่า ในวันที่ 14 พย จะไปสมัครเป็นสมาชิกพรรค ทษช เพราะต้องการเข้าไปช่วยขับเคลื่อนทำงานด้านเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก เนื่องจากพรรค ทษชเป็นพรรคใหม่ เริ่มต้นอะไรใหม่ๆ ได้ไม่ยาก ไม่ติดกรอบความคิดเดิมๆ โดยจะมุ่งเน้นมองประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก ลดการใส่ร้าย เพราะสิ่งเหล่านั้นมันถ่วงความเจริญขณะที่ นสขัตติยากล่าวว่า การตัดสินใจร่วมพรรค ทษช ถือเป็นเรื่องยาก เนื่องจากอยู่กับพรรคเพื่อไทยมานาน ได้รับโอกาสเข้าสู่การเมืองจากพรรคเพื่อไทย แต่เมื่อมีพรรคการเมืองใหม่เกิดขึ้น และมีอุดมการณ์ใกล้เคียงกัน อีกทั้งเห็นว่าเป็นพรรคของคนรุ่นใหม่ และแนวทางพรรคที่ต้องการนำเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนประเทศตรงกันความต้องการ จึงตัดสินใจเข้าร่วม แม้ว-ปู บินมาจัดทัพ มีรายงานแจ้งอีกว่า ในช่วงสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้นายทักษิณและ นสยิ่งลักษณ์ อดีตนายกฯ จะเดินทางมาที่ประเทศสิงคโปร์ โดยคาดว่าจะมีแกนนำและสมาชิกพรรคเพื่อไทยที่อยู่ระหว่างการตัดสินใจจะย้ายไปร่วมงานกับ ทษชหรือไม่เดินทางไปหารือเพื่อให้ได้ความชัดเจน เนื่องจากสิ่งที่พรรคเพื่อไทยและพรรคเครือข่ายกำลังคิดหนักอยู่ตอนนี้ คือการเกลี่ยผู้สมัคร สสของทั้งพรรคเพื่อไทยและเครือข่ายว่าใครควรอยู่พรรคไหน ลงสมัคร สสแบบไหน เพื่อให้ได้เก้าอี้ สสมากที่สุด รวมถึงคาดว่าที่ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยที่ยังจัดเขตเลือกตั้งไม่ลงตัวจะเดินทางไปหารือครั้งนี้ด้วย วันเดียวกัน ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร) อาคาปานศรี ได้เปิดรับสมัครสมาชิกพรรคเป็นวันแรก ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีบรรดาอดีตรัฐมนตรี อดีต สส ผู้นำองค์กร ประชาชนทยอยเข้าสมัครเป็นสมาชิก โดยมีแกนนำพรรคทั้งนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค, นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค รวมถึงนายอิทธิพล คุณปลื้ม ผู้อำนวยการพรรค และแกนนำพรรค ให้การต้อนรับ จากนั้นทั้ง 3 คนได้ประเดิมสมัครเป็นสมาชิกเป็น 3 คนแรก แต่ระบบคอมพิวเตอร์เกิดความล่าช้าเล็กน้อย จากนั้นทั้ง 3 คนได้แสดงใบสมัครสมาชิกพรรคแบบตลอดชีพต่อหน้าสื่อมวลชน ขณะที่ผู้ที่มาสมัครสมาชิกที่น่าสนใจ อาทิ นายวีระกร คำประกอบ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ สมัยรัฐบาล พลอชวลิต ยงใจยุทธ, นายยุทธนา โพธสุธน หลานชายนายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ), นายทศพล เพ็งส้ม อดีต สสนนทบุรี พรรค ปชปและภริยา, นางภัทธมน เพ็งส้ม รองนายกเทศมนตรี เทศบาลเมืองพิมลราช จนนทบุรี, นายณพงศ์ นพเกตุ ผู้อำนวยการนิด้าโพล, นายธวัชชัย สัจจกุล หรือบิ๊กหอย อดีต สสบัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย (ทรท), นายเชษฐวุฒิ วัชรคุณ หรือบ๊วย นักแสดงและพิธีกร รวมถึงกลุ่มนักร้องนักดนตรีผู้พิการทางสายตาวงเอส 2 เอส นำโดยนายต่อพงศ์ เสลานนท์ นายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย นายธวัชชัยกล่าวว่า เหตุผลที่ตัดสินใจมาสมัครสมาชิกนั้น ถือเป็นเรื่องธรรมดา เพราะเป็นนักการเมือง เมื่อปี่กลองการเมืองดังขึ้นก็มีอารมณ์ร่วม เนื่องจากชอบการแข่งขัน เมื่อมาวิเคราะห์ดูแล้วก็ต้องมีค่าย เมื่ออยากชกก็ต้องหาพรรค ซึ่งพิจารณาดูแล้ว พปชรเป็นพรรคเดียวที่เชื่อถือได้ เป็นที่พึ่งของประชาชนได้ ใครจะชอบหรือไม่ชอบเป็นเรื่องของเขา แต่เชื่อว่าพรรคนี้เป็นพรรคที่ดีที่จะช่วยประเทศ เพราะมีผู้นำเป็นอดีตผู้บัญชาการทหารบก (ผบทบ) โดยต้องการลง สสเขต ในนามพรรค ไม่รังเกียจ คสช กลับดีใจที่ คสชยึดอำนาจ หากไม่ยึดในวันนั้น ประเทศไทยอาจมีสงครามกลางเมืองเหมือนประเทศอื่นไปแล้ว ทั้งนี้ อยากให้ คสชยึดอำนาจตั้งแต่ก่อนพฤษภาคม 2557 แล้วด้วยซ้ำ นายธวัชชัยกล่าวตอบกรณีที่ถามว่าไม่กลัวถูกมองว่าพรรค พปชรเป็นพรรคสืบทอดอำนาจ คสช นายเชษฐวุฒิกล่าวว่า สนใจด้านการเมืองอยู่แล้ว หลังจากที่ได้ศึกษาการลงพื้นที่ของพรรค และได้พูดคุยกับทีมงานของพรรค ทำให้เห็นว่าไม่มีตัวแทนภาคสื่อมวลชน จึงมองว่าถ้าความสามารถและประสบการณ์ที่มีอยู่เป็นประโยชน์ ก็ยินดีมาช่วยงานพรรค ส่วนหนึ่งที่ตัดสินใจมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค เพราะชื่นชอบนโยบายที่เอาใจใส่ประชาชน รวมถึงวิธีการทำงานที่ไม่ได้ตั้งอยู่บนหอคอยงาช้าง และมโนขึ้นมาว่าประชาชนต้องการอะไร โดยได้สืบไปถึงเบื้องหลังที่มีการอบรมประชาชนเพื่อได้รู้ความต้องการจริงๆ เป็นการทำงานร่วมกับประชาชนที่เกิดโครงการขึ้นมา ผมอยากมาช่วยงานด้านสื่อมวลชน ส่วนจะได้รับมอบหมายทำงานในทีมโฆษกพรรคหรือไม่ เป็นเรื่องของอนาคต ส่วนที่ถามว่ากังวลหรือไม่ที่เราเป็นดาราแล้วมาสนใจการเมือง ก็ต้องบอกว่าเมื่อตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง ก็จะทำให้ถูกมองว่าเลือกข้าง จะทำให้การทำงานลำบาก ยอมรับว่ากลัว แต่คิดว่าถ้าเราไม่ชัดเจนก็เท่ากับไม่ได้ทำอะไร นายเชษฐวุฒิกล่าวยังกั๊กเชิญ ประยุทธ์ ด้านนายอุตตมกล่าวว่า ถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่พรรคได้รับความเชื่อมั่นและได้รับกำลังใจ โดยจากนี้จะมีเปิดรับสมัครสมาชิกต่อไป โดยพรรคยังยึดมั่นในการเลือกตั้งวันที่ 24 กพ2562 มีการเตรียมพร้อมอยู่แล้ว แต่ยังไม่ถึงเวลาที่จะคิดว่าควรต้องเสนอชื่อใครบ้างเป็นนายกฯ ส่วนจะมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะเชิญ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสชนั้น ทุกอย่างมีความเป็นไปได้ทั้งหมด แต่ขณะนี้ยังไม่ได้เชิญ เมื่อถึงเวลาพรรคก็พิจารณาคนที่เหมาะสม ส่วนจะมีเซอร์ไพรส์หรือไม่ก็ต้องรอดู ทั้งนี้ เคยพูดแล้วว่าในช่วงเปลี่ยนผ่าน พลอประยุทธ์เหมาะสมนำพาประเทศ แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องอยู่ที่สมาชิกพรรคว่าจะเห็นอย่างไร ขณะนี้พรรคดำเนินการเต็มที่ แล้วหวังจะได้ สสจำนวนมากแน่นอน แต่จะได้เท่าไหร่ก็ขึ้นอยู่กับประชาชน ที่มีผลโพลเปิดเผยว่าพรรคเพื่อไทยและพรรคเครือข่ายจะได้ สสกว่า 290 คนนั้น ไม่ได้กังวลอะไร หน้าที่ของเราต้องทำงานเต็มที่ โดยเสนอนโยบายพรรคเพื่อทำงานให้ประชาชน เรามีความมั่นใจในส่วนของเรา ส่วนช่วงเวลาที่ 4 รัฐมนตรีจะลาออกนั้น ขอให้รอดู คำตอบยังเป็นเช่นเดิม ว่าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมก็จะลาออก โดยในวันที่ 18 พยนี้ จะมีการประชุมพรรคใหญ่พรรค จะมีกลุ่มที่สนใจทำงานการเมืองกับพรรคกลุ่มใหญ่มาเป็นสมาชิกพรรค ส่วนจะมีกลุ่มสามมิตรหรือไม่ ขอให้รอดู นายอุตตมกล่าว เมื่อถามว่า พรรคตั้งเป้าจะได้ สสกี่ที่นั่ง นายอุตตมกล่าวว่า ไม่ตั้งเป้า แต่จะทำอย่างเต็มที่ เรามีความมั่นใจว่าจะได้รับการต้อนรับที่ดี แต่ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร นอกจากนี้เรายังจะส่ง สสครบทุกเขต แต่ไม่ได้โฟกัสพื้นที่ใดเป็นพิเศษ เราให้ความสนใจทั้งประเทศ ส่วนนายสนธิรัตน์กล่าวว่า พรรคไม่มีกลยุทธ์ใดในการหาสมาชิก ใครที่มีอุดมการณ์ร่วมกัน ก็สามารถสมัครเข้ามาได้ ส่วนกระแสข่าวที่อดีต สสจากพรรคต่างๆ จะทยอยเข้าพรรคนั้น ขอให้รอดู เพราะจะมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยวันที่ 18 พย จะมีแนวร่วมชุดใหญ่เข้าทำมาร่วมทำงานการเมืองกับพรรค ด้านพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ) นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรค ชทพ กล่าวว่า นสกัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค มีมติแต่งตั้งนายยุทธพล อังกินันทน์, นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ และ นสทัศลักษณ์ ปัตตาพงศ์ภัช เป็นโฆษกพรรค เพื่อทำหน้าที่สื่อสารและชี้แจงข่าวสารของพรรค และพรรคเตรียมจัดตั้งและเปิดตัวสาขาพรรค 2 แห่ง ได้แก่ สาขาพรรคภาคกลางที่ จสุพรรณบุรี ในวันที่ 30 พย และสาขาภาคเหนือ ที่ จเพชรบูรณ์ ช่วงต้นเดือน ธค วันเดียวกัน ที่สถานีรถไฟใต้ดิน MRT สีลม นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค) พร้อมด้วยนายรณวิต หล่อเลิศสุนทร รองหัวหน้าพรรค และ นสพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค พร้อมด้วยสมาชิกพรรคที่จะลงสมัคร สสแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อร่วมทำกิจกรรม กรุงเทพขยับ ครั้งที่ 3 โดยได้พบปะพูดคุยกับประชาชน ในขณะที่ทีมงานได้เดินแจกแผ่นพับพิมพ์คิวอาร์โค้ดเชิญชวนสมัครสมาชิก พร้อมทั้งชูป้ายประชาสัมพันธ์วิสัยทัศน์ไทยสองเท่า เท่าเทียมกันเท่าทันโลกด้วย ทั้งนี้ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ได้รับการตอบรับจากประชาชนหลายสาขาวิชาชีพ รวมถึงร้านค้าริมทางเท้า ร้านอาหาร และประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาเป็นอย่างดี พร้อมเข้ามาทักทายถ่ายภาพร่วมกับนายธนาธรและแกนนำพรรคตลอดเส้นทางที่บริเวณแยกนนทรีย์ โดยช่วงหนึ่งนายธนาธรได้หยุดซื้อลอตเตอรี่ด้วย。2จากนั้นให้ระบุในมาตรา 29 ว่า ผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 15 ปี ให้เล่นกีฬามวยไทยได้ ตามระเบียบมวยสำหรับเด็กอายุน้อยกว่า 15 ปี โดยมีรายละเอียด 1อายุต่ำกว่า 9 ปี ให้แค่รำมวย แสดงท่าทางอันหลากหลายของแม่ไม้มวยไทย เน้นสวยงาม เตะต่อยเป้า 2 อายุ 9-12 ปี แข่งแบบปะทะได้ แต่ห้ามชกศีรษะ ถ้าชกที่ศีรษะจะไม่ได้คะแนน แถมถูกตัดคะแนน หรือจับแพ้ ที่สำคัญต้องใส่บอดี้การ์ด หรือเฮดการ์ดด้วย3 อายุ 13-15 ปี แข่งแบบปะทะได้ มุ่งเป้าศีรษะได้ แต่ต้องชกแบบเบา เน้นเข้าเป้า ไม่เน้นการทำให้น็อก การได้คะแนนจะวัดจากความแม่นยำ ไม่ใช่การต่อสู้กันแบบเอาเป็นเอาตายเหมือนที่เป็นอยู่。

บรินโน่ 2021-09-19 18:17:27

บอร์ดกกพถกด่วน 14 พย นี้ หาแนวทางรับมือ หลังจีพีเอสซียื่นอุทธรณ์ ตลท หลังโดนคำสั่งห้ามซื้อหุ้นโกลว์ พร้อมอนุมัติทรอปิคอล วินด์ เดินเครื่องผลิตไฟฟ้าแล้ว ชี้ผลตรวจเหตุใบกังหันหลุดเรียบร้อย,ทั้งนี้หากได้รับการแก้ไขนอกจากจะส่งผลดีต่อเด็กแล้วยังยกระดับมวยไทยสู่สากล เป็นกีฬาที่ได้รับการยอมรับไม่ใช่ซ่อนเร้นการใช้แรงงานเด็ก ทำให้ใครๆ ก็เล่นมวยได้ นำสู่การรักษาวัฒนธรรมไทยอย่างยั่งยืน เพราะปัจจุบันถูกมองเป็นกีฬาคนจน ที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตให้รอด ดังนั้นจึงขอเสียงสนับสนุนจากประชาชนเพื่อช่วยให้เยาวชนไทยไม่ต้องเผชิญชะตากรรมนี้。2จากนั้นให้ระบุในมาตรา 29 ว่า ผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 15 ปี ให้เล่นกีฬามวยไทยได้ ตามระเบียบมวยสำหรับเด็กอายุน้อยกว่า 15 ปี โดยมีรายละเอียด 1อายุต่ำกว่า 9 ปี ให้แค่รำมวย แสดงท่าทางอันหลากหลายของแม่ไม้มวยไทย เน้นสวยงาม เตะต่อยเป้า 2 อายุ 9-12 ปี แข่งแบบปะทะได้ แต่ห้ามชกศีรษะ ถ้าชกที่ศีรษะจะไม่ได้คะแนน แถมถูกตัดคะแนน หรือจับแพ้ ที่สำคัญต้องใส่บอดี้การ์ด หรือเฮดการ์ดด้วย3 อายุ 13-15 ปี แข่งแบบปะทะได้ มุ่งเป้าศีรษะได้ แต่ต้องชกแบบเบา เน้นเข้าเป้า ไม่เน้นการทำให้น็อก การได้คะแนนจะวัดจากความแม่นยำ ไม่ใช่การต่อสู้กันแบบเอาเป็นเอาตายเหมือนที่เป็นอยู่。

เฉิน ฮูกง 2021-09-19 18:17:27

ศรีสุวรรณ ยัวะเกรียนคีย์บอร์ดถล่มเละ ร้องปอทฟันหมิ่นประมาท 14 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 10:05 น 14 พย 61 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ตนเอง ได้พยายามปฏิบัติหน้าที่ในฐานะพลเมืองไทยที่ดีตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด โดยการยื่นร้องเรียนและตรวจสอบผู้มีอำนาจรัฐและข้าราชการระดับสูง ที่ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่และประพฤติมิชอบมานับ 10 ปี รวมทั้งเป็นตัวแทนชาวบ้านที่มีความเดือดร้อนและเสียหายจากการถูกกลั่นแกล้งจากอำนาจรัฐ และการละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานราชการทั้งประเทศในทุกรัฐบาล ทุกยุค ทุกสมัยจวบจนปัจจุบัน โดยไม่สนใจว่าจะเป็นพวกของใคร ฝ่ายใด สีการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น แต่ปรากฏว่ามีพวกนักเลงคีย์บอร์ดเป็นจำนวนมากที่ชอบเชลียร์ผู้มีอำนาจ ล่าสุดคือ กรณีการตรวจสอบ ฮAW 139, AW 149 และการคัดค้านการขึ้นค่าเอฟที ทำให้นักเลงคีย์บอร์ดจำนวนมากรับไม่ได้ที่มาแตะต้องคนที่ตนบูชา จึงพยายามบิดเบือนข้อมูลข่าวสารในสังคมออนไลน์ เพจเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ต่างๆ ในลักษณะการใส่ร้ายป้ายสี ดิสเครดิตการทำหน้าที่ของตนจนก่อให้เกิดความเสียหาย เป็นที่เกลียดชังของผู้ที่ได้รับสื่อ อันถือเป็นการใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่ 3 โดยประการที่น่าจะทำให้ตนเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ มาตรา 328 ประกอบ ม14 (1) แห่ง พรบว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ 2550 ด้วยเหตุดังกล่าว จะนำรายชื่อเจ้าของเพจต่างๆ ที่หมิ่นประมาทตนไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บกปอท) เพื่อดำเนินการเอาผิดเจ้าของเพจต่างๆ รวมทั้งผู้ที่แชร์ข้อมูลดังกล่าวด้วย โดยจะเดินทางไปแจ้งความ ในวันพฤหัสที่ 15 พย 2561 เวลา 1030 น ณ บกปอท ศูนย์ราชการฯ อาคาร B ชั้น 4 ถแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม,อย่างไรก็ตาม เมื่อโรงพยาบาลมีการแสดงราคาค่ายา และค่ารักษาพยาบาลบนเว็บไซต์แล้ว หากผู้บริโภคที่ไปใช้บริการแล้ว ถูกเรียกเก็บค่ายา ค่ารักษาพยาบาลไม่ตรงกับที่ขึ้นไว้บนเว็บไซต์ ก็สามารถร้องเรียนมาได้ ทั้งที่กรมการค้าภายใน 1569 หรือที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ) ได้เลย。ศรีสุวรรณ ยัวะเกรียนคีย์บอร์ดถล่มเละ ร้องปอทฟันหมิ่นประมาท 14 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 10:05 น 14 พย 61 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ตนเอง ได้พยายามปฏิบัติหน้าที่ในฐานะพลเมืองไทยที่ดีตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด โดยการยื่นร้องเรียนและตรวจสอบผู้มีอำนาจรัฐและข้าราชการระดับสูง ที่ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่และประพฤติมิชอบมานับ 10 ปี รวมทั้งเป็นตัวแทนชาวบ้านที่มีความเดือดร้อนและเสียหายจากการถูกกลั่นแกล้งจากอำนาจรัฐ และการละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานราชการทั้งประเทศในทุกรัฐบาล ทุกยุค ทุกสมัยจวบจนปัจจุบัน โดยไม่สนใจว่าจะเป็นพวกของใคร ฝ่ายใด สีการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น แต่ปรากฏว่ามีพวกนักเลงคีย์บอร์ดเป็นจำนวนมากที่ชอบเชลียร์ผู้มีอำนาจ ล่าสุดคือ กรณีการตรวจสอบ ฮAW 139, AW 149 และการคัดค้านการขึ้นค่าเอฟที ทำให้นักเลงคีย์บอร์ดจำนวนมากรับไม่ได้ที่มาแตะต้องคนที่ตนบูชา จึงพยายามบิดเบือนข้อมูลข่าวสารในสังคมออนไลน์ เพจเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ต่างๆ ในลักษณะการใส่ร้ายป้ายสี ดิสเครดิตการทำหน้าที่ของตนจนก่อให้เกิดความเสียหาย เป็นที่เกลียดชังของผู้ที่ได้รับสื่อ อันถือเป็นการใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่ 3 โดยประการที่น่าจะทำให้ตนเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ มาตรา 328 ประกอบ ม14 (1) แห่ง พรบว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ 2550 ด้วยเหตุดังกล่าว จะนำรายชื่อเจ้าของเพจต่างๆ ที่หมิ่นประมาทตนไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บกปอท) เพื่อดำเนินการเอาผิดเจ้าของเพจต่างๆ รวมทั้งผู้ที่แชร์ข้อมูลดังกล่าวด้วย โดยจะเดินทางไปแจ้งความ ในวันพฤหัสที่ 15 พย 2561 เวลา 1030 น ณ บกปอท ศูนย์ราชการฯ อาคาร B ชั้น 4 ถแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม。

ความคิดเห็นที่ร้อนแรง
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ จดทะเบียน

puss888 ทดลอง1️⃣M98| แจก เครดิต ฟรี 30 บาท 1️⃣2021| บา คา ร่า ออนไลน์ 7771️⃣M98| holiday palace lineสล็อต 3451️⃣M98| แจก เครดิต ฟรี 500 ไม่ ต้อง ฝาก 20201️⃣M98| เครดิต ฟรี ยิง ปลา ไม่ ต้อง ฝาก ไม่ ต้อง แชร์คา สิ โน 1688 1️⃣2021| pg ฟรี1️⃣M98| สล็อต ที่ มี วอ ล เลท 1️⃣2021| เกม เงินสด จริง1️⃣LOOK618| jb365 สล็อต 1️⃣2021| ufa345th 1️⃣2021| โปร ฝาก น้อย ได้ 1001️⃣M98| pg โปร 20 รับ 1001️⃣LOOK618| สล็อต jili เครดิต ฟรี ล่าสุด 1️⃣2021| slot pg ฝาก 10 ได้ 1001️⃣LOOK618| king99 live 1️⃣2021| slotxo ฝาก ทาง วอ เลท1️⃣LOOK618| th casino 8881️⃣LOOK618| สล็อต xo v91️⃣M98| ยิง ปลา เครดิต ฟรี แค่ สมัคร 1️⃣2021| คา สิ โน 5551️⃣LOOK618| fin89 auto1️⃣LOOK618| รับ ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก1️⃣LOOK618| แจก เครดิต ฟรี 18 บาท 1️⃣2021| twin791️⃣M98| ฟรี เครดิต ทดลอง เล่น สล็อต โร ม่า1️⃣M98| ยิง ปลา ส ตา เว กั ส1️⃣M98| ฝาก 100 รับ 150 ล่าสุด 1️⃣2021| สูตร บา คา ร่า 991️⃣LOOK618| ่ jokergameth 1️⃣2021| เกม โจ๊ก เกอร์ 666 1️⃣2021| viewbet24 บา คา ร่า 1️⃣2021| sa casino gaming1️⃣LOOK618| วง ล้อ สล็อต1️⃣LOOK618| ฟรี เครดิต 100 ถอน ได้1️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก สล็อต 1️⃣2021| เล่น บา คา ร่า ให้ ได้ เงิน ทุก วัน1️⃣M98| เข้า เล่น เกม สล็อต โจ๊ก เกอร์1️⃣LOOK618| เกม สล็อต เครดิต ฟรี ได้ เงิน จริง1️⃣M98| live222th ดาวน์โหลด1️⃣LOOK618| ทาง เข้า slotxo 4441️⃣M98| pgwin1681️⃣LOOK618| euro2891️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี scr888 1️⃣2021| สล็อต joker โร ม่า1️⃣M98| มาเฟีย 4881️⃣M98| 25 รับ 100 joker 1️⃣2021| pg เครดิต ฟรี 50 ไม่ ต้อง แชร์ ล่าสุด1️⃣LOOK618| สบาย 99 ออนไลน์1️⃣M98| slotxo ฝาก ทาง วอ เลท1️⃣LOOK618| 1688 เช็ ก ชี่ เกม 1️⃣2021| คา สิ โน ฝาก ถอน ไม่มี ขั้น ต่ํา 1️⃣2021| slotxo44 เข้า สู่ ระบบ1️⃣LOOK618| สล็อต ฟรี เครดิต สมาชิก ใหม่1️⃣M98| ฝาก 1 บาท รับ 511️⃣LOOK618| slot cat888 1️⃣2021| mega888 สมัคร สมาชิก1️⃣M98| slotxo dark1️⃣LOOK618| รวม เว็บ ฝาก 10 รับ 100 วอ เลท1️⃣LOOK618| superslot ฝาก 200 รับ 400 ล่าสุด1️⃣M98| สล็อต ทุก ค่าย 1️⃣2021| v9bet เครดิต ฟรี1️⃣M98| joker slot ฟรี เครดิต1️⃣LOOK618| ฝาก 20 รับ 100 ล่าสุด xo1️⃣LOOK618| jokergame 991️⃣LOOK618| mafia มา ใหม่1️⃣LOOK618| สล็อต แจก เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก 20201️⃣M98| บา คา ร่า ตก ปลา1️⃣LOOK618| 168galaxy joker1️⃣M98| kiss918 ฟรี เครดิต 501️⃣LOOK618| ufabet โปร ฝาก 20 รับ 1001️⃣LOOK618| slot xo61️⃣M98| ไม่ ต้อง ฝาก ก่อน ถอน ได้ 2001️⃣M98| 2ni21️⃣M98| เล่น สล็อต live221️⃣LOOK618| 168ufabet vip1️⃣LOOK618| joker ฝาก 1 บาท ได้ 100 วอ เลท 1️⃣2021| slots ฟรี เครดิต1️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี ไม่มี เงื่อนไข1️⃣M98| บา คา ร่า 1688 clubs1️⃣M98| เครดิต ฟรี ล่าสุด1️⃣M98| สล็อต ใหม่1️⃣M98| เกม sugar pop ได้ เงิน1️⃣M98| 999 super slot pg1️⃣LOOK618| ฝาก ผ่าน วอ ล เล็ ต1️⃣LOOK618| pun slot777 1️⃣2021| ทดลอง เล่น pg ฟรี1️⃣M98| เกม ไพ่ป๊อก เด้ง ออนไลน์1️⃣LOOK618| mafia เครดิต ฟรี 2020 1️⃣2021| ฝาก 20 รับ 100 joker xo1️⃣LOOK618| slot roma ทดลอง1️⃣M98| joker gaming ถอนเงิน1️⃣M98| รับ เครดิต ฟรี 20201️⃣LOOK618| ทดลอง เล่น slot 1️⃣2021|